แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 15
1
เดี๋ยวนี้บ้านจัดสรรประเภททาวน์เฮ้าส์พัฒนาไปเยอะมาก ทั้งด้านแนวคิดการพัฒนาโครงการ ดีไซน์และฟังก์ชั่น เช่น หลายโครงการทำซุ้มประตูทางเข้าโอ่อ่า แลนด์สเคปก็สวยไม่น้อยหน้าบ้านเดี่ยว แบบบ้านและฟังก์ชั่นภายในก็เปลี่ยนไปเยอะ

ที่เห็นชัดเจนคือเป็นบ้านหน้ากว้างมากขึ้น เพราะแต่ก่อนทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่หน้ากว้างแค่ 4 เมตร แต่เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่จะทำ 5.5 เมตร และ 5.7 เมตรกันเยอะ หรือถ้ากว้างกว่านี้ก็เป็น 6 เมตรเลยก็มี

บ้านหน้ากว้างดีอย่างไร?

ทาวน์เฮ้าส์หน้ากว้างดีกว่าบ้านหน้าแคบตรงที่มีโอกาสได้รับแสงธรรมชาติได้เยอะกว่า ยิ่งหลังๆ มานี้โครงการต่างๆ นิยมใช้ประตูกระจกหรือผนังกระจกมากขึ้น พอเปิดม่านบ้านก็สว่างขึ้น ไม่ต้องเปิดไฟตอนกลางวันเหมือนทาวน์เฮ้าส์สมัยก่อน ที่ภายในบ้านค่อนข้างมืด แต่สิ่งที่ทาวน์เฮ้าส์สมัยใหม่ต้องแลกมาก็คือตัวบ้านและแปลงที่ดินที่สั้นกว่าเดิม

แต่เรื่องความลึกความตื้นของตัวบ้านอาจพูดไม่ได้เต็มปากว่าแบบไหนดีกว่ากัน อยู่ที่ความเคยชินของแต่ละท่านมากกว่า บางคนชินกับทาวน์เฮ้าส์แบบเดิมที่ค่อนข้างลึก พอมาเจอกับบ้านตื้นๆ เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงหลังบ้านก็อาจไม่ชอบก็ได้

ทาวน์เฮ้าส์ที่ใช้ประตูหน้าต่างกระจกบานใหญ่ๆ มีโอกาสได้รับแสงธรรมชาติมาก ไม่ต้องเปิดไฟตอนกลางวัน

พักเรื่องทาวน์เฮ้าส์หน้ากว้างหน้าแคบไว้ก่อน วันนี้จะมาชวนคุยเรื่องฟังก์ชั่นที่ว่าด้วยเรื่องของ “ห้องน้ำ” ว่าแท้ที่จริงแล้วห้องน้ำเหมาะที่จะอยู่ในตำแหน่งไหนของบ้าน และตำแหน่งห้องน้ำที่แตกต่างกันส่งผลต่อฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยอย่างไรบ้าง

ปัจจุบันทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นระดับกลางๆ ทั่วไปพื้นที่ใช้สอยจะประกอบด้วยฟังก์ชั่นหลักๆ คือ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จอดรถได้ 2 คัน โดยการจัดแปลนส่วนใหญ่จะกำหนดด้วยตำแหน่งของ “ห้องน้ำชั้นบน” ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่แล้วจะมีแค่ 2 แบบ คือห้องน้ำอยู่กลางบ้าน (ชั้นบน) และห้องน้ำอยู่หลังบ้าน (ชั้นบน)

สำหรับพื้นที่ชั้นล่าง ไม่ว่าตำแหน่งห้องน้ำจะอยู่กลางบ้านหรือหลังบ้าน ไม่ค่อยมีผลต่อการจัดฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยมากนัก โดยแปลนที่ออกมาจะใกล้เคียงกันนั่นคือ Living หรือส่วนรับแขกจะอยู่ด้านหน้า ถัดไปเป็นส่วนทานอาหาร และต่อเนื่องกันก็จะเป็นครัว

รับสร้างบ้าน จังหวัดอุดร : เลือกทาวน์เฮ้าส์ ห้องน้ำ…ควรอยู่ตำแหน่งไหนดี? คลิ๊กที่นี่ http://www.udonhouse.com/










2
บัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ
บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ ซีเล็คท์
รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด 2 คะแนน เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบทุก 25 บาท สำหรับการใช้จ่ายภายในประเทศ และ 3 คะแนน สำหรับการใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ
บริการห้องรับรองพิเศษ ณ สนามบินกว่า 1,000 แห่ง ทั่วโลก ผ่านบัตร Priority Pass™ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
บริการลีมูซีน รับ-ส่ง และบริการช่องทางพิเศษ (Fast Track) ณ สนามบินที่ร่วมรายการในเอเชีย แปซิฟิก 2 ครั้ง/ปี

รีห้องพักโรงแรม สำหรับคืนที่ 4 กับโรงแรมใดก็ได้ทั่วโลก เมื่อจองและชำระผ่านบริการเลขาส่วนตัว ซิตี้ เพรสทีจ 0-2232-2333

รับคะแนนสะสมพิเศษประจำปี (Relationship Bonus) ตามยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ ตลอดทั้งปี โดยคะแนนสะสมพิเศษจะเพิ่มมูลค่าพร้อมๆกับจำนวนปีที่ท่านคงสมาชิกภาพกับธนาคารฯ
ระยะเวลาการคงสมาชิกภาพ (ปี)   1   2-5   >5
บัตรเครดิตซิตี้   0.5%   1%   2%
บัตรเครดิตซิตี้ และบัญชีซิตี้โกลด์   1%   2%   5%

ออกรอบฟรี ณ สนามกอล์ฟที่ร่วมรายการ 3 ครั้ง/ปี

บริการห้องรับรองพิเศษ ณ สนามบินกว่า 1,000 แห่ง ทั่วโลก ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

สิทธิพิเศษที่โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจีส กรุงเทพ และ โรงแรม แพนนินซูล่า กรุงเทพ

บริการที่จอดรถสำรองพิเศษ ณ ห้างสรรพสินค้า และโรงแรมชั้นนำ

บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน, บริการช่วยเหลือภายในบ้าน และบริการเลขาส่วนตัว ตลอด 24 ชั่วโมง

รับเครดิตเงินคืน 3% เมื่อเติมน้ำมันเชลล์ผ่านบัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ ครบทุก 800 บาท วันนี้ - 31 มี.ค. 2561

บัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ Citi Prestige คลิ๊กที่นี่ http://click.accesstrade.in.th/adv.php?rk=00034d0003pe

3
สาวอายุ 30 อย่างเราๆ ก็ต้องหมั่นดูแลใบหน้ากันตลอดใช่ไหมคะ ไอเท็มคู่ใจที่นอกจากเครื่องสำอางก็คงหนีไม่พ้นกระจกนี่แหละค่ะ ว่างเป็นต้องหยิบมาส่องตรวจเช็คผิวหน้า หาจุดบกพร่องกันสักหน่อย

แหม… เพราะหน้าตาเป็นจุดสำคัญเหมือนกับประตูด่านแรก ให้ใครเห็นใครก็หลงรักหรือเอ็นดู แต่การส่องกระจกบ่อยก็อาจทำให้เพื่อน หรือคนที่อยู่ข้างๆ รำคาญคุณได้แบบไม่รู้ตัว ซึ่งหลายครั้งที่ส่องกระจกแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทำหน้าเศร้า เพราะมันหย่อนไปหมด ร่องแก้มก็ชัดเจน หากกระจกนี้เป็นกระจกวิเศษที่พูดได้คงพูดไปแล้วว่าเราไม่ใช่หญิงที่งามเลิศในปฐพีนี้ แค่คิดก็เพลียแล้วค่ะแทบวางกระจกไม่ทัน ต้องรีบไปปรึกษาคุณหมอดีกว่า…

สาวๆ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาผิวบริเวณช่วงแก้ม ไล่มาจนถึงคาง โดยเฉพาะคางที่มีชั้นผิวหย่อนคล้อย หรือช่วงใต้คางที่กล้ามเนื้อใหญ่ทำให้ใบหน้าเสียทรง กรอบหน้าไม่ชัดเจน โดยวงการเสริมความงามจึงได้คิดค้นเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ เข้ามาช่วยให้พวกเราๆ สวยเป็นสาวสองพันปีได้อย่าง่ายๆ ซึ่งปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีปรับแต่งรูปหน้ากันเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดยกกระชับผิวหน้า หรือการฉีดสารต่างๆ เข้าไปเติมเต็มพวกริ้วรอยที่ลึกให้ตื้นขึ้น โดยทางเลือกมีเยอะมากส่วนใครอยากจะผ่า ใครจะฉีดก็แล้วแต่ความชอบเลยค่ะ แต่ดิฉันอยากสวยแบบไม่เจ็บตัวด้วยการทำ HIFU หรือเรียกแบบเต็มๆ กันว่า High Focused Ultra Sound รับรองว่าคุณจะต้องร้องว้าว! กับผลลัพธ์แน่นอน

Hifu คืออะไร?
HIFU เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ผ่านการทดสอบจนกลายเป็นเครื่องมือแพทย์สุดเจ๋ง ซึ่งเครื่องมือนี้จะใช้คลื่นอัลตร้าซาวน์ในการรักษาในจุดที่เข้าถึงได้ยาก เช่น รักษาเนื้องอกและมะเร็งในจุดที่ทำการผ่าตัดรักษาได้ยาก เนื่องจากการรักษานี้ไม่มีรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด แถมไม่เจ็บจนต้องโป๊ะอีกด้วย ต่อมาพอวงการความงามได้นำความไฮเทคของเจ้า HIFU ที่มีคลื่นความถี่สูงนำมาส่งสัญญาณกระตุ้นผิวหน้าให้มีการเปลี่ยนแปลงสลายผิวเนื้อเยื่อชั้นในที่ผิดรูปทรง แล้วกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ พร้อมกับคลอลาเจนที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นของชั้นผิว แถมทำให้ผิวลดความหมองคล้ำลง สวยสดใสขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังช่วย ยกกระชับผิว หน้าของเราให้เต่งตึง ไม่ว่าจะเป็นแก้มหย่อนคล้อย หรือเหนียงใต้คอก็ลดหายไป รูปหน้าก็จะเรียวสวยเป๊ะ! เหมือนบินไปดึงหน้ากับหมอที่เกาหลีเลยค่ะ

โดยปกติแล้วผู้ที่เข้ามาใช้บริการ HIFU ส่วนใหญ่จะมีปัญหาผิวบริเวณช่วงแก้ม ไล่มาจนถึงคาง โดยเฉพาะคางที่มีชั้นผิวหย่อนคล้อย หรือช่วงใต้คางที่กล้ามเนื้อใหญ่ทำให้ใบหน้าเสียทรง กรอบหน้าไม่ชัดเจน ซึ่ง HIFU จะเก็บผิวที่หย่อนๆ ให้กระชับขึ้นจากกรามใหญ่ๆ ก็ทำให้ใบหน้าดูเรียวและเล็กลงค่ะ คล้ายกับการทำโบท๊อกซ์นั่นเองค่ะ

การทำ HIFU ปลอดภัยไหม?
การทำ HIFU เป็นเพียงการใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูง จึงไม่เสี่ยงเท่าคลื่นแสงอย่างการทำเลเซอร์ นอกจากจะไม่ทำให้ผิวเกิดความเสี่ยงต่อผิวที่อักเสบจากการติดเชื้อแล้ว ยังเหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย เทคโนโลยี HIFU นี้ได้รับการรับรองจากอเมริกา ยุโรป เกาหลี จนถึงประเทศไทย ว่าเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวและลดความหมองคล้ำที่ปลอดภัยไร้กังวล

คลื่นเสียง HIFU สวยใส ให้รูปหน้ากระชับ คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/hifuวุฒิศักดิ์/

4
UPS หรือ เครื่องสำรองไฟ ใช้เพื่อเก็บสำรองไฟฉุกเฉินในการจ่ายไฟให้เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องมืออิเลคทรอนิกส์ เมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า เช่น ไฟดับ ไฟตก ไฟกระชาก หรือไฟเกิน เครื่องนี้สามารถช่วยชีวิตคุณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

เพราะความไม่แน่นอนของกระแสไฟฟ้าที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้… เคยไหมคะ ทำงานอยู่ดีๆ กำลังคิดงานออก หัวกำลังแล่นอยู่ดีๆ พรึ่บ!! ไฟดับจ้า ไม่ถงไม่ถามสุขภาพกันซ้ากคำ ยิ่งถ้าทำไปเพลินๆ แล้วลืมเซฟงานนี่บอกคำเดียวเลยว่า ไม่นะ! ต้องทำใหม่หมดเลยทีเดียว พูดแล้วเรื่องมันก็เศร้า แต่ถ้าหากไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เราลองมาทำความรู้จักกับเจ้า UPS หรือเจ้าเครื่องสำรองไฟกันดีกว่าค่ะ รับรองว่าน่าจะเป็นเรื่องราวดีๆ อย่างแน่นอน
หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วนะคะว่าเครื่องสำรองไฟ หรือที่เรียกกันติดปากว่า UPS นั้น เรานำมาใช้กันเพื่อเก็บสำรองไฟฉุกเฉินในการจ่ายไฟให้เครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงเครื่องมืออิเลคทรอนิกส์เมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ไฟดับ ไฟตก ไฟกระชาก หรือไฟเกิน เป็นต้น แต่นอกจากประโยชน์ดังกล่าวแล้วเครื่องสำรองไฟยังมีประโยชน์ในด้านอื่นกันอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้อง เครื่องสำรองไฟจะทำการจ่ายกระแสไฟให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ที่เราต่อสายเสียบไว้กับเครื่อง ทำให้เราสามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องอย่างไม่สะดุดเลยแหละจ้า

หลักการทำงานทั่วไปของ UPS
โดยทั่วไปแล้ว เมื่อ UPS รับพลังงานไฟฟ้าเข้ามา ไม่ว่าคุณภาพไฟฟ้าจะเป็นอย่างไร ก็จะสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้เป็นปกติ รวมถึงทำการจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องสำรองไฟจะช่วยปรับระดับแรงดันกระแสไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อเกิดปัญหาไฟกระชาก ไฟตก หรือไฟเกิน จะทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ปลอดภัย รวมไปถึงเกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้งานด้วย เมื่อความดันของกระแสไฟฟ้าเป็นปกติจึงช่วยในเรื่องของสัญญาณรบกวนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่เกิดอันตราย หรือสร้างความเสียหายต่อข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ต่างๆ ด้วย

โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้าเกิดกระแสไฟไม่พอเพียงบ่อยๆ อาจมีผลทำให้อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ในตัวเครื่องเกิดความเสียหายได้ ดังนั้น สำหรับใครที่ต้องการป้องกันข้อมูลภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ และต้องการยืดอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงต้องการใช้งานแบบต่อเนื่องไม่สะดุดในขณะที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้น ก็ควรเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟ (UPS) ไว้ใช้งาน แต่ก็อย่าลืมเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานกันด้วย เพื่อให้คุณใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และปลอดภัยนั่นเองค่ะ

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อย่ามองข้าม UPS เพราะมันอาจช่วยชีวิตคุณ คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/อุปกรณ์คอมพิวเตอร์/

5
อาหาร / สูตรอาหาร มาทำกุ้งถังกันดีกว่า
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 16:44:39 »
เป็นเมนูยอดฮิตที่กระแสแรงไม่มีตก ร้านไหนทำขายก็มีผู้คนแห่ไปรอชิม ด้วยเทคนิคการกินที่แปลกโดยการเทกุ้งลงบนโต๊ะ จากนั้นก็ใช้มือแกะๆๆๆ (ใครใช้ช้อน-ส้อมมีเคืองค่ะ) ซึ่งการกินแบบนี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกเคอะเขิน เกรงว่าจะไม่งาม บางรายปิ๊งไอเดียอยากทำกุ้งถังกินเองที่บ้าน เราจึงมีสูตรมาฝาก ไปลองทำกันค่ะ

ส่วนผสม
-กุ้ง (หรืออาหารทะเลอื่นๆ ตามใจชอบ)
-ข้าวโพด
-น้ำพริกเผา 1/2 ถ้วย
-เนยเค็ม 50 กรัม
-เกลือป่น
-พริกไทย
-พริกปาปาปริก้า
-มันกุ้ง 1 ถ้วย (ใส่ หรือไม่ใส่ก็ได้)
-น้ำกะทิ
วิธีทำ
1.หั่นข้าวโพด 1 ฝัก แบ่งเป็น 3-4 ส่วน จากนั้นนำมาต้มให้สุก
2.ลวกกุ้ง หรืออาหารทะเลอื่นๆ พอสุก
3.ตั้งกระทะ ใส่เนย น้ำพริกเผา ผัดให้เข้ากันดี เติมน้ำกะทิลงเล็กน้อยพอให้น้ำพริกเผาแตกมัน ตามด้วยมันกุ้ง ผัดจนทุกอย่างเข้ากันดี
4.ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ผงปาปริก้า ผัดให้เข้ากัน ชิมให้ได้รสชาติตามที่ชอบ
5.นำข้าวโพด กุ้ง หรือของทะเลที่ลวกไว้ใส่ลงไป ผัดให้เข้ากัน เท่านี้ก็พร้อมจัดใส่จานเสิร์ฟได้แล้วค่ะ
ถ้าใครยังไม่เคยกิน แนะนำให้ลองไปกินที่ร้านก่อนนะคะ เพื่อซึมซับบรรยากาศและรสชาติของกุ้งถัง จากนั้นค่อยลองทำกุ้งถังกินเอง สามารถพลิกแพลง หรือประยุกต์สูตรตามใจชอบ เช่น เพิ่มผักจำพวกเห็ด แครอท มันญี่ปุ่น ฯลฯ ก็ได้ อย่าลืมว่าเวลากินต้องใช้มือด้วยมือนะคะ จะทำให้ได้อรรถรสในการกินยิ่งขึ้น

สูตรอาหาร มาทำกุ้งถังกันดีกว่า คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

6
ปฏิเสธไม่ได้ว่าฮวงจุ้ยเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องใช้ศาสตร์ฮวงจุ้ยเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่หารู้ไม่ว่าความเชื่อบางอย่างก็ใช่ว่าจะถูกเสมอไป เกิดความเข้าใจผิดและส่งต่อความเชื่อจากรุ่นลูกสู่รุ่นหลานกันเลยทีเดียว วันนี้ Gurubaan มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ

1.ทิศทางการวางเตียง
ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องการหันหัวเตียงไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ชีวิตพบเจอความเศร้าโศก หรือเรื่องโชคร้าย ความเชื่อนี้ไม่จริงอย่างแน่นอน ฮวงจุ้ยที่ดีต้องคำนึงถึงลักษณะหัวเตียงที่สามารถป้องกันศีรษะได้ รูปแบบเตียงนอนต้องเอื้อต่อสุขภาพ มีระดับความสูงมาตรฐาน เพื่อให้พลังงานหมุนเวียนได้ดี

2.ห้องนอนที่ดีไม่ควรมีต้นไม้
ดอกไม้สดเป็นสิ่งของที่มีพลังอยู่ในตัว นำพาความมีเสน่ห์และพลังแห่งการรักษามายังพื้นที่นั้นได้ การมีช่อดอกไม้สดเล็กๆ ถือเป็นฮวงจุ้ยที่ดีต่อห้องนอน ถ้าเป็นช่อใหญ่เหมือนที่นางงามถือก็คงไม่ไหว เพราะจะสร้างพลังงานกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวตลอดเวลา สวนทางกับพลังที่ห้องนอนควรมีคือ ความเงียบสงบ และการพักผ่อน

3.ประตูบ้านสีแดงเสริมโชค
แม้ว่าสีแดงคือตัวแทนแห่งสีมงคล แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับบ้านทุกหลังเสมอไป ต้องดูที่ปัจจัยรอบข้างด้วยว่าหน้าบ้านหันหน้าเข้าหาอะไร จึงเลือกสีประตูที่เหมาะสม ดังนั้น ฮวงจุ้ยเรื่องใช้ประตูบ้านสีแดงแล้วจะโชคดี เป็นความเชื่อที่ผิด

4.ในบ้านต้องมีไผ่กวนอิมกับน้ำพุ
ทั้ง 2 คือองค์ประกอบของธรรมชาติที่เกี่ยวของกับฮวงจุ้ย ให้ความมีชีวิตชีวา นำพาความโชคดีเข้าบ้าน หรือที่ทำงาน แต่ใช่ว่าจะต้องมีทุกบ้าน ถ้าไม่มีของเหล่านี้ก็ไม่ส่งผลอะไรนะคะ สามารถแก้ด้วยการจัดวางสิ่งของเครื่องใช้ โดยแบ่งพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสมตามหลักฮวงจุ้ย เท่านี้ก็จะช่วยนำพาสิ่งดีๆ เข้ามาในบ้านได้เช่นกัน

5.ติดกระจกแปดทิศไว้ในบ้าน
มีคนจำนวนไม่น้อยที่นำกระจกแปดทิศมาติดไว้ภายในบ้าน เพื่อเสริมฮวงจุ้ยให้ดีขึ้น และช่วยปกป้องสิ่งชั่วร้าย ซึ่งเป็นอีกความเชื่อที่ไม่ถูกต้องค่ะ ตามหลักไม่แนะนำให้ติดในบ้าน ควรติดไว้นอกบ้านในตำแหน่งที่ตรงกับทางสามแพ่ง จะช่วยสะท้อนสิ่งชั่วร้ายออกไป

บ้านชั้นเดียว 5 ความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/บ้านชั้นเดียว/

7
ปลาทอง เป็นปลาสวยงามอันดับต้น ๆ ที่ได้รับความนิยมเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง เพราะสวยงามและดูมีชีวิตชีวา แถมชื่อยังเป็นมงคลอีกด้วย นักเลี้ยงปลาทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น จึงเลือกเลี้ยงเจ้าปลาชนิดนี้ไว้ดูเล่นกันเป็นจำนวนมาก

          แม้ว่าปลาทอง จะเป็นปลาสวยงามที่เลี้ยงไม่ยาก แต่หลายต่อหลายคนก็อกหักจากการเลี้ยงปลาทองมาแล้วไม่น้อย เนื่องจากปลาทองจัดเป็นปลาที่ตายได้ง่าย ๆ หากไม่รู้วิธีการเลี้ยงอย่างถูกต้อง และวันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ในการเลี้ยงมาฝากกัน

          ก่อนอื่นมาทำความรู้จักปลาทองที่ได้รับความนิยมเลี้ยงในไทย แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์คือ 

          1.ปลาทองพันธุ์หัวสิงห์ มีลักษณะเด่นบริเวณหัว ที่จะมีก้อนเนื้อหุ้มอยู่คล้ายสวมหัวโขน
 
          2.ปลาทองพันธุ์ออรันดา ลำตัวค่อนข้างยาว ครีบหางอ่อนช้อยเป็นพวงสวยงาม

 ภาชนะที่ใช้เลี้ยง

          ในการเลี้ยงปลาทองให้สุขภาพแข็งแรง และมีสีสันสดใส จำเป็นต้องใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่สถานที่เลี้ยง และภาชนะที่ใช้เลี้ยง โดยทั่วไปนิยมเลี้ยงในตู้กระจกใส และอ่างซีเมนต์ หากเลี้ยงในตู้กระจกควรเลือกขนาดที่มีความจุของน้ำอย่างน้อย 40 ลิตร ใช้เลี้ยงปลาทองได้ 12 ตัว แต่ถ้าเลี้ยงในอ่างซีเมนต์ ต้องคำนึงถึงแสงสว่าง ควรเป็นสถานที่ไม่อับแสง และแสงไม่จ้าจนเกินไป ทั้งนี้ ควรใช้ตาข่ายพรางแสง ประมาณ 60% ปิดปากบ่อ ส่วนสภาพของบ่อเลี้ยงควรสร้างให้ลาดเอียง เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ
   
 การให้อาหาร

          แนะนำว่าควรให้อาหารสำเร็จรูป วันละ 1-2 ครั้ง โดยการให้แต่ละครั้งไม่ควรมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ปลาทองอ้วน และเสี่ยงตายได้ เนื่องจากปลาทองค่อนข้างกินจุ ดังนั้นอย่าตามใจปากปลาทอง ส่วนอาหารเสริมอย่างลูกน้ำและหนอนแดง สามารถให้เสริมได้โดยดูความอ้วนและความแข็งแรงของตัวปลา ลักษณะปลาที่ตัวใหญ่หรืออ้วน สังเกตได้จากบริเวณโคนหางจะใหญ่แข็งแรงและมีความสมดุลกับตัวปลา และเมื่อมองจากมุมด้านบนจะสังเกตเห็นความกว้างของลำตัวอ้วนหนาและบึกบึน ขณะที่สีบนตัวปลาจะต้องมีสีสดเข้ม

แนะวิธีเลี้ยงปลาทองอย่างถูกต้อง คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/รู้ก่อนคิดเลี้ยงปลาทอง/

8
ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่พบว่ากระบวนการผลิตได้สร้าง ปัญหาเรื่องเสียงดัง ให้กับผู้ปฏิบัติงานหรือชุมชนที่อยู่รอบบริเวณโรงงานก็ต่อเมื่อถูกร้องเรียนจากพนักงานหรือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

เพราะในโรงงานที่มีกระบวนการผลิต จะมีอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงดังกว่า 85 dBA อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่ง องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้เสียงที่ดังเกินกว่า 85 dBA (ทุกย่านความถี่) เป็นอันตรายต่อมนุษย์ หากผู้ออกแบบหรือเจ้าของโรงงานได้คำนึงถึงเรื่องเสียงไว้ตั้งแต่ตอนก่อสร้างโรงงาน ก็มักจะมีการระวังป้องกัน พร้อมกับ ติดตั้งระบบลดเสียงดัง หรือ ระบบดูดซับเสียง ฉนวนกันเสียง ไว้แล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้วโรงงานส่วนใหญ่ ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ในตอนต้นด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น เมื่อสร้างโรงงานใหม่ยังอยู่ห่างไกลจากชุมชน เรื่องเสียงดังจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล และการตัดระบบลดเสียงออกไป ก็ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างได้อีก เมื่อเวลาผ่านไปและโรงงานถูกล้อมรอบด้วยชุมชน ปัญหาเรื่องเสียงดังจากการผลิต ก็ค่อยๆเพิ่มระดับความรุนแรงและชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะโรงงานที่มีระบบ ISO18001

การติดตั้งระบบลดเสียงในโรงงาน สามารถทำได้หลายจุดขึ้นอยู่กับปัญหาหลักและสภาพแวดล้อมหน้างานจริง รวมถึงงบประมาณที่ลูกค้าตั้งไว้ โดย นิวเทค อินซูเลชั่น มีบริการแก้ปัญหาเสียงดังในโรงงานดังต่อไปนี้
-ห้องเก็บเสียงสำหรับห้องควบคุมระบบเพื่อลดเสียงดังจากการผลิต
-ผนังดูดซับเสียงเพื่อลดระดับความดังในพื้นที่การผลิต
-ผนังกั้นเสียงเฉพาะพื้นที่หรือเฉพาะเครื่องจักรเพื่อชีวอนามัยของพนักงาน

ติดตั้งระบบ ฉนวนกันเสียง ลดเสียงดังโรงงาน คลิ๊กที่นี่ https://www.ฉนวนกันเสียง.com/ฉนวนกันเสียงดัง/

9
มนุษย์โดยทั่วไป ถ้าเทียบกับสัตว์แล้วมีเขี้ยวเล็บ และความว่องไว ตลอดจนความแข็งแรงน้อยกว่าสัตว์จำนวนมาก หากอยู่เพียงลำพังโอกาสเอาตัวรอดนั้นน้อยมาก มนุษย์ตั้งแต่โบราณจึงจำเป็นต้องอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม สมัยโบราณเรียกว่าชนเผ่า (Tribe) และพยายามพัฒนาวิธีการอยู่ร่วมกันแล้วปลอดภัย ไม่อดอยาก แต่ปัจจุบันเราเรียกว่าองค์กร องค์กรจึงมีความเป็นชนเผ่าที่คนพยายามมาอยู่ร่วมกัน เพื่อค้นหาวิธีการอยู่รอดและเติบโต

มนุษย์พยายามทำอะไรมามากมายตั้งแต่ยุคโบราณ โดยพยายามพัฒนาความเชื่อ หรือวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ในโลกปัจจุบันเราเรียกความพยายามลักษณะนี้ว่า การพัฒนาองค์กร (Organization Development) หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า OD

คนเรียนบริหารมาก็อาจบอกว่า ถ้าเช่นนั้น OD คือการจัดการ (Management) ประเภทหนึ่งใช่ไหม คำตอบคือไม่ใช่ เรียกว่าต่างกันในระดับปรัชญาความคิดและศาสตร์เลย เริ่มมาจากประวัติศาสตร์เลยสมัยก่อนราวๆ สงครามโลกครั้งที่สอง สมัยนั้นอุตสาหกรรมที่เป็นหลักในประเทศที่เจริญแล้วคือเหมืองแร่ เรียกว่าถ้าคุณได้ทำงานในเหมืองแร่ในยุคนั้นจะดูดีมากๆ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นและเรื้อรังของเหมืองแร่คือ “เหมืองถล่ม” มีคนตายจากเหมือนแร่ไม่หยุดหย่อน ฝ่ายบริหารก็จัดการด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์หาสาเหตุและให้ข้อเสนอแนะเจ้าของเหมืองแร่ เจ้าของก็รับไปแก้ไข แต่แก้ไขไปก็ถล่มเหมือนเดิม และนี่คือจุดเปลี่ยน

พัฒนาองค์กรอย่่างก้าวกระโดด ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วม

มีนักวิชาการท่านหนึ่งชื่อศาสตราจารย์ Kurt Lewin ได้ถูกเชิญไปวิเคราะห์หาสาเหตุ แต่แทนที่ท่านจะวิเคราะห์ตามที่เคยทำตามๆ กันมา ท่านกับตั้งข้อสังเกตเรื่องหนึ่งว่า เป็นไปได้ไหมว่าคนที่จะรู้สาเหตุ หาสาเหตุของปัญหาและแก้ปัญหาได้จริงคือคนงาน คนที่อยู่หน้างานไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ

ว่าแล้วอาจารย์ก็เลยเกิดความคิดใหม่ แทนที่จะเข้าไปหาปัญหาให้ อาจารย์ก็เชิญเหล่าคนงานมาเล่าให้ฟังว่าสังเกตเห็นอะไรผิดปรกติบ้าง อาจารย์ทำหน้าที่เพียงจดบันทึก อาจารย์ให้ทุกคนเล่าทีละคน จากนั้นก็สรุปหาว่าสาเหตุคืออะไร ทางออกคืออะไร โดยรับฟังจากพนักงาน และคนงานเองนั่นเองที่เสนอทางแก้ มาตรการต่างๆ อาจารย์ก็กระตุ้นให้คนงานลองเอาสิ่งที่เสนอไปทำดู คนงานก็ไปทำ และเป็นครั้งแรกที่เหมืองหยุดถล่ม

นี่เองที่ประวัตศาสตร์ของ OD เกิดขึ้นและแยกจาก MANAGEMENT ชัดเจน OD เน้นการมีส่วนร่วม (INCLUSION) ดึงเอาความรู้ ประสบการณ์ของทุกคนในองค์กรมาแก้ปัญหา มาพัฒนาร่วมกัน โดยเชื่อว่าคนทำงานมีความรู้ในการแก้ปัญหาของตนเองอยู่แล้ว ส่วน MANAGEMENT มักพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ และการตัดสินใจทุกอย่างมาจากคนในระดับบริหาร

พัฒนาองค์กรอย่่างก้าวกระโดด ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วม คลิ๊กที่นี่ http://www.tris.co.th/service/

10
 เป็นอีกหนึ่งการเปรียบเทียบที่มีความน่าสนใจไม่น้อย สำหรับศึกแห่งศักดิ์ศรีของสาย Scooter ปี 2018 ระหว่างเจ้าของบังลังก์อย่าง Honda Forza 300 ที่ชิงพื้นที่ทำตลาดในพิกัดนี้ก่อนใครมานานพอสมควร กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่เพิ่มความล้ำยุคเข้าไปอีกขั้น กับ Yamaha X-Max 300 ที่ครองตลาดมาในระยะหนึ่ง งานนี้บอกเลยว่าตลาด Scooter หลังจากนี้ ต้องเร้าใจอย่างแน่นอน แต่รุ่นไหนจะเป็นคำตอบสำหรับผู้ใช้งาน ต้องไปชมกันครับ

เริ่มกันที่เจ้า Honda Forza 300 2018 หลังจากที่ปล่อยให้แฟนๆ รอคอยการอัพเดทมานานถึง 4 ปี ล่าสุด Honda ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Honda Forza 300 ใหม่ ปี 2018 ให้กับแฟนๆ ชาวไทยเป็นที่เรียบร้อย โดยมีจุดเด่นในเรื่องของดีไซน์สุดล้ำ ผสมผสานความหรูหราที่เหนือระดับ ภายใต้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เตรียมต่อกรกับ Yamaha X-Max 300

สำหรับ Honda Forza 300 2018 นั้น มาพร้อมกับระบบไฟ LED รอบทั้งคัน ผ่านการออกแบบที่ดูโฉบเฉี่ยว และสปอร์ตเร้าใจมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมกับลูกเล่นใหม่ อย่างชิลหน้าที่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ ด้วยระบบไฟฟ้า ที่ให้ความล้ำยุค และโดดเด่นในสไตล์รถทัวร์ริ่งรุ่นใหญ่

สำหรับระบบช่วงล่างของ Honda Forza 300 2018 ที่มาพร้อมกับระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ Telescopic ขนาด 33 มม. ซึ่งมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม 2 มม. (รุ่นเดิมขนาด 35 มม.) และด้านหลังเป็นแบบ Unit Swing โช้คอัพคู่ ที่สามารถปรับ Preload ได้ 7 ระดับ ส่วนระบบเบรคทั้งด้านหน้า และหลังเป็นแบบดิสก์เบรค ปั้มเบรคของ Nissin ที่มาพร้อมระบบ ABS แบบ 2 Channel นอกจากนั้น Honda Forza 300 2018 ยังมาพร้อมกับระบบ Traction Control หรือระบบป้องกันล้อหมุนฟรี โดยระบบจะคำนวณความเร็วสัมพันธ์ระหว่างล้อหน้า และล้อหลังกับแรงบิดในขณะนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการล้อหมุนฟรี โดยสามารถควบคุมการทำงานของระบบนี้ ได้จากสวิตช์บนแฮนด์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรถ Scooter ที่ทาง Honda ตั้งใจที่จะติดตั้งเทคโนโลยีระดับ Big Bike มาให้จากโรงงาน

เปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์ใหม่ : Honda Forza 300 2018 vs. Yamaha X-Max 300 คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/price/compare/motorcycle-15-157/?crkp_ids=1447274|1448191|1448258

11
การมีผิวขาวกระจ่างใสล้วนเป็นความปรารถนาของผู้หญิงเราทั้งสิ้น แต่เนื่องจากแสงแดดบ้านเราร้อนแรงแบบนี้ ออกจากบ้านทีกลับเข้ามาผิวก็หมองคล้ำไปทันตาจริงมั้ยล่ะคะ เพราะฉะนั้น ได้เวลากันแล้วที่เราจะมาเรียกคืนผิวขาวกลับมาอีกครั้ง ต้องทำอย่างไรบ้างนั้น..มาติดตามพร้อมกันเลยค่ะ

1.ขัดผิวและพอกผิวทุกสัปดาห์
ผิวพรรณที่หมองคล้ำไม่สวยสดใส นอกจากแสงแดดเป็นตัวการแล้ว การที่เราปล่อยผิวเอาไว้โดยที่ไม่เคยหมั่นสครับผิวเลย ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการมีผิวพรรณหมองคล้ำดำกร้านได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น จึงควรหมั่นสครับผิวบ้างสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก เซลล์ผิวใหม่ที่ขาวใสกว่าก็จะขึ้นมาแทนที่ นอกจากนี้ อย่าลืมเติมสารอาหารผิวอย่างล้ำลึกด้วยการพอกผิวกันบ้างนะคะ รับรองเลยว่าหากสาวๆ หมั่นทำตามนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ ผิวพรรณที่เคยหมองคล้ำไม่สวยสดใสจะค่อยๆ กลับกลายมาเป็นผิวสุขภาพดี ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน

2.ทาไวท์เทนนิ่งชนิดเข้มข้น
อยากมีผิวขาวไม่ใช่เรื่องทำยากเลยค่ะ เพราะเพียงคุณหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งชนิดเข้มข้น โดยอาจเลือกประเภทเซรั่มก็ได้ เพื่อให้ซึมซาบลงสู่เซลล์ผิวได้อย่างล้ำลึก ทาเป็นประจำเช้า – เย็น คุณจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวที่เริ่มกระจ่างใสภายใน 7 วันชัวร์

3.ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง
อย่างที่ทราบกันแล้วว่าแสงแดดคือ ตัวการทำร้ายผิวให้หมองคล้ำ เพราะฉะนั้น ก่อนออกจากบ้านทุกวันจำเป็นอย่างมากเลยค่ะที่คุณจะต้องทาครีมกันแดดอยู่เสมอ แนะนำให้เลือกค่า SPF 30 ขึ้นไปเพื่อให้ประสิทธิภาพของการปกป้องดีขึ้นและหากต้องตากแดดนาน ต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงด้วยนะคะ

4.ทานผักผลไม้ให้มากๆ
การบำรุงจากภายนอกเป็นเพียงแค่ปัจจัยที่ทำให้ผิวขาวใสส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่การบำรุงจากภายในด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ช่วยได้เช่นกัน เพียงหันมาเลือกทานผักผลไม้ให้มากๆ เพราะอาหารดังกล่าวล้วนเปี่ยมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่จะช่วยทั้งชะลอความแก่ ลดริ้วรอยและช่วยบำรุงผิวสาวให้สวยแบบมีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

5 เคล็ดลับสู่การมีผิวขาวภายในเวลารวดเร็ว คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

12
ขึ้นชื่อว่าเป็น “ ภาพยนตร์ คลาสสิค ” ไม่ว่าจะย้อนกลับไปดูอีกสักครั้ง ก็ยังทำให้รู้สึกเหมือนกับว่ามันคือ หนังใหม่ ที่ติดตาตรึงใจอยู่เสมอ ทั้งยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตให้กับคุณได้อีกด้วย

มีภาพยนตร์ชนโรงหลายเรื่องที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ และได้รับความนิยมแค่ช่วงแรกๆ ไม่นานก็เงียบหายไป ซึ่งความคิดนี้ก็จริงบางส่วน แต่ถ้าพูดถึง หนังคลาสสิค ที่ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ก็ยังไม่เคยล้าสมัยเลย ที่ให้ทั้งเนื้อหาสาระ แง่คิดดีๆ ที่มีประโยชน์ เช่น ถ้าคุณต้องการแรงบันดาลใจในการต่อสู้ชีวิต หากมัวไปดูภาพยนตร์การ์ตูน ภาพยนตร์รัก ก็คงช่วยสร้างแรงบันดาลใจอะไรได้ไม่มากนัก

แต่ถ้าได้ชมภาพยนตร์ที่ตัวละครต่อสู้อย่างหนักหน่วงเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ และไม่ว่าคุณจะดูสักกี่ครั้งก็ยังคงให้ความรู้สึกว่ามันคือ หนังใหม่ ที่คลาสสิคแบบสุดๆ ไปเลย เราลองมาดูกันดีกว่า ว่าจะมีภาพยนตร์เรื่องไหนบ้างที่ยังคงความคลาสสิคตลอดกาล

สำหรับภาพยนตร์เรื่องแรกที่อยากแนะนำคือ Forrest Gump ออกฉายเมื่อปี 1994 เป็นภาพยนตร์แห่งความประทับใจที่ทุกคนต้องดู ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รางวัลมากมาย โดยเฉพาะดารานำอย่าง ทอม แฮงค์ เล่นเรื่องนี้ได้ดีเยี่ยมมาก เป็นภาพยนตร์ที่ให้แง่คิดดีๆ ว่าคนธรรมดาสามารถทำสิ่งธรรมดาให้ไม่ธรรมดาได้ เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ต้องซื้อเก็บขึ้นหิ้งไว้เลยก็ว่าได้ เพราะเราเชื่อว่าคุณจะต้องดูภาพยนตร์เรื่องนี้ซ้ำเกิน 1 ครั้งแน่นอน

ภาพยนตร์เรื่องที่สองที่อยากแนะนำคือ The Godfather เป็นภาพยนตร์ 3 ภาคจบ เริ่มออกฉายในปี 1972 แม้จะเป็นภาพยนตร์ที่ค่อนข้างเก่า แต่เนื้อหายังทันสมัย ให้ข้อคิดการดำเนินชีวิตได้ดีไม่แพ้ หนังใหม่ สมัยนี้ เป็นเรื่องราวของความพยายามในการรักษาอำนาจ และการหักโค่นคู่แข่งทางอำนาจ มีการชิงไหวชิงพริบอย่างแยบยล เพื่อการดำรงอำนาจไว้ให้ยาวนานของครอบครัวผู้เป็นเจ้าพ่อที่มีอิทธิพลมากครอบครัวหนึ่งในช่วงปลายปี 1940 ซึ่งเกิดขึ้นในนิวยอร์ก The Godfather ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเรื่องหนึ่ง และนับเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงขนาดที่คุณไม่ควรจะพลาดเลยล่ะค่ะ

มาต่อกันที่ภาพยนตร์เรื่องที่สามคือ The Shawshank Redemption ออกฉายเมื่อปี 1994 เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องถูกจำคุก ใช้ชีวิตในคุกที่ค่อนข้างโหดร้าย และเต็มไปด้วยความทุกข์ใจ เขาจึงคิดวางแผนเพื่อหนีออกจากคุก ซึ่งการวางแผนที่แนบเนียนของเขาเป็นไปอย่างที่คนดูคาดไม่ถึง คือจุดขายของเรื่อง ฉากสำคัญที่พระเอกสามารถหนีออกจากคุกและคืนสู่อิสรภาพ เป็นฉากที่น่าประทับใจมากที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้แง่คิดของการต่อสู้ การไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เป็นภาพยนตร์ที่ช่วยเติมเต็มแรงบันดาลใจในการต่อสู้ชีวิตที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้

มาถึงภาพยนตร์เรื่องต่อไป หนังคลาสสิคที่คุณต้องดู คือ The Schindler’s List ซึ่งออกฉายในปี 1993 เป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นบรรยากาศความทุกข์ยากของผู้คนในสมัยสงครามโลก ทหารเยอรมันได้ทรมานพร้อมทั้งสังหารชาวยิวอย่างโหดเหี้ยม และไร้ความเมตตา แต่ในท่ามกลางความโหดร้ายของสงคราม และความชิงชังของทหารเยอรมันนั้น กลับมีนักธุรกิจชาวเยอรมันที่ชื่อ Oskar Schindler ผู้ซึ่งใช้เงินส่วนตัวที่มีทั้งหมดเพื่อช่วยชีวิตชาวยิวนับพันคนให้รอดพ้นจากความตาย เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ให้แง่คิดชีวิตที่ดีมากอีกเรื่องหนึ่ง ด้วยฝีมือการกำกับของ สปิลเบิร์ก

ภาพยนตร์คลาสสิค กลิ่นอายความเป็นหนังใหม่ที่ไม่เคยจางหาย คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/ดูหนัง/

13
แนะนำอุปกรณ์ทำ ขนม ชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้ พร้อมวิธีการเลือกซื้อ เพื่อให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ชนิดต่างๆ ได้อย่างถูกวิธี และเหมาะสมกับเมนูแต่ละประเภท มือใหม่หัดทำขนมไม่ควรพลาดนะคะ

สาวๆ คนไหนที่มีความใฝ่ฝันอยากเปิดร้านเบเกอรี่ หรืออยากลองหัดทำเพื่อเป็นการฝึกฝนฝีมือเอาไว้ ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับอุปกรณ์ชิ้นสำคัญต่างๆ ที่ใช้สำหรับทำขนม อุปกรณ์ชิ้นไหนมีประโยชน์กับการทำเมนูใดบ้าง เข้าครัวทั้งทีเราก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม อย่ารอช้ากันเลยค่ะ เราไปรู้จักกับอาวุธคู่ครัวกันเลยดีกว่า

1.ที่ร่อนแป้ง

ใช้สำหรับร่อนวัตถุดิบชนิดผงที่มีความแข็ง และช่วยให้อากาศรวมเป็นส่วนหนึ่งเข้ากับตัวแป้ง จึงทำให้แป้งไม่แข็งตัว หรือจับตัวกันเป็นก้อน แป้งที่ผ่านกระบวนการร่อนนี้ จะทำให้เนื้อขนมออกมามีรูปร่างหน้าตาน่ากิน เรียบเนียน และสวยงามค่ะ

ที่ร่อนแป้งแบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบกระชอน และ แบบมือบีบ หากเลือกใช้ที่ร่อนแป้งแบบมือบีบ จะทำให้แป้งตกลงไปรวมกันที่ก้นภาชนะรองรับพอดี ไม่หกเลอะเทอะ แต่ถ้าใช้แบบกระชอน ละอองแป้งจะกระจายออกมารอบๆ ในขณะที่ร่อน ทำให้เลอะเทอะได้ นอกจากนี้ ควรเลือกซื้อแบบรูตาข่ายถี่ๆ เพราะจะช่วยให้วัตถุดิบที่ถูกร่อนมีความละเอียดยิ่งขึ้นค่ะ

ส่วนวิธีการเก็บรักษา ให้ใช้น้ำยาล้างจานล้างทำความสะอาดแบบปกติ เมื่อล้างเสร็จแล้วก็สะบัดน้ำออก นำไปผึ่งให้แห้ง เพื่อป้องกันการเกิดสนิมค่ะ

2.เครื่องผสม

จะใช้สำหรับผสมวัตถุดิบต่างๆ ให้เป็นเนื้อเดียวกัน แบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่ แบบตะกร้อมือ แบบเครื่องไฟฟ้าถือมือ และแบบชุดเครื่องผสมพร้อมโถ ทั้ง 3 ชนิดนี้มีลักษณะการทำงานคล้ายกัน แต่จะต่างกันที่ขนาด และวิธีการใช้ค่ะ

1.แบบตะกร้อมือ คุณอาจใช้เวลาในการตีผสมนาน แต่ก็ทำให้รู้จังหวะในการตีว่าช่วงไหนควรผ่อนแรง หรือช่วงไหนควรตีแรงขึ้น ถือซะว่าเป็นการออกกำลังแขนไปในตัว

2.แบบเครื่องไฟฟ้าถือมือ สามารถเปลี่ยนหัวตีได้ 2 ชนิด คือ หัวตีรูปตะกร้อ และหัวตีรูปตะขอ ซึ่งจะช่วยตีส่วนผสมให้เข้ากันเร็วขึ้นกว่าชนิดแรกค่ะ

3.แบบชุดเครื่องผสมพร้อมโถ ประกอบด้วยหัวตี 3 แบบ ได้แก่ หัวตีรูปตะกร้อ หัวตีรูปตะขอ และหัวตีรูปใบพาย-ใบพัด พร้อมโถผสม สามารถปรับระดับการตีได้ถึง 3 ระดับ จะไล่ระดับไปตั้งแต่ เบา กลาง แรง ส่วนราคาจะสูงกว่าแบบที่ 2 ค่ะ

หัวตีรูปตะกร้อ
รูปทรงคล้ายตะกร้อมือ เพียงแต่เปลี่ยนมาทำงานบนเครื่องไฟฟ้า เหมาะสำหรับตีของเหลว เนื้อเบา เช่น ตีไข่ ตีวิปปิ้งครีมให้ขึ้นฟู มักใช้กับการทำขนมอย่างเมอแร็งก์ ชิฟฟ่อนเค้ก หรือคุกกี้

หัวตีรูปตะขอ
หัวตีรูปตะขอจะมีลักษณะแข็งแรงกว่าแบบตะกร้อ ถูกออกแบบมาเพื่อใช้นวดแป้งให้เป็นก้อนโดเหมาะกับการนวดแป้งขนมปัง แป้งพาย หรือส่วนผสมที่มีลักษณะเหนียวข้นค่ะ

หัวตีรูปใบพาย หรือใบพัด

ใช้สำหรับตีเนยให้ขึ้นฟู เหมาะกับการทำบัตเตอร์เค้ก และบัตเตอร์ครีมค่ะ

ข้อแนะนำ หากคุณเป็นมือใหม่หัดทำเบเกอรี่ อยากให้เลือกใช้แบบตะกร้อมือ หรือแบบเครื่องไฟฟ้าถือมือก่อนค่ะ เพราะราคาไม่สูงมากนัก เหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้ หากทำจนชำนาญแล้วค่อยปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องผสมแบบที่ 3 ก็ได้ คุณสามารถหาซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ได้ตามห้างสรรพสินค้า และร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วไป

อุปกรณ์เครื่องครัวทำขนมที่จำเป็นต้องมี คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/เครื่องครัว/

14
ส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณเตียงนอน เพราะเป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่น ตัวต้นเหตุของโรคภูมิแพ้ ดังนั้น การหมั่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นผลดีอย่างยิ่ง

เมื่อพูดถึงห้องนอนแล้ว ใครๆ ต่างก็ต้องคิดถึงเตียงนุ่มกับหมอนใบนิ่ม และพร้อมที่จะกระโจนใส่เตียงนอนในทันทียามเหนื่อยล้า แต่รู้หรือไม่ว่าใน ห้องนอน ของคุณแฝงไปด้วยภัยเงียบที่คุณคาดไม่ถึง แม้ว่าอาจจะไม่รุนแรงมากนัก แต่ก็อย่าชะล่าใจนะคะ ยิ่งปล่อยให้เกิดการสะสม หรือยิ่งไม่ระวัง ก็อาจเป็นภัยร้ายกับตัวเราได้ในที่สุด ดังนั้น มาดูวิธีที่กันไว้ดีกว่าแก้น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ

1.ไรฝุ่นบนเตียงนอน

จากการวิจัยทั้งในและต่างประเทศพบว่า สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของโรคภูมิแพ้ในเด็ก เจ้าวายร้ายตัวจิ๋วประจำบ้านอาศัยอยู่บนเตียงนอนกับคุณทุกคืนราว 1.5 ล้านตัว ซึ่งรวมไปถึงบนหมอน และผ้าห่มอีกด้วย สำหรับวิธีกำจัดเจ้าไรฝุ่นพวกนี้คือ ต้องหมั่นนำชุดเครื่องนอน หมอน และผ้าห่มไปตากแดดบ่อยๆ เพื่อไล่ความชื้น ไรฝุ่น รวมถึงสิ่งสกปรกต่างๆ ชนิดอื่นอีกด้วยค่ะ

2.พรมสกปรกกว่าชักโครก

พรมที่ดูสวยสะอาดตา แท้จริงแล้วมันสกปรกกว่าชักโครกถึง 4,000 เท่า เพราะในพรมสวยๆ ของเราเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย และสิ่งสกปรกชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว เศษฝุ่น เศษอาหาร ขน-หนังสัตว์ ละอองเกสรดอกไม้ ฯลฯ จึงทำให้มีแบคทีเรียอาศัยอยู่ประมาณ 2 แสนตัวเลยทีเดียว งานนี้เจ้าชักโครกก็กลายเป็นของสะอาดไปเลยค่ะ ซึ่งเราสามารถจำกัดเชื้อโรคพวกนี้ออกไปได้โดยการดูดฝุ่นออกไป แต่มันก็ไม่ได้สะอาดล้ำลึกอะไรมากนัก ดังนั้น เรียกบริษัททำความสะอาดมาทำความสะอาดปีละ 1 ครั้ง จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

3.หมอนแหล่งสะสมเชื้อโรค

หมอนที่เราใช้หนุนนอนอยู่ทุกวัน เคยสังเกตไหมคะว่าทำไมใช้ไปใช้มามันหนักๆ ขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าในหมอนของเรามีไรฝุ่น และเซลล์ผิวหนังบนใบหน้าที่ตายแล้วหลุดลอกออกมาเกาะบนหมอน เราจึงควรหมั่นทำความสะอาดหมอนเป็นประจำ เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งเหล่านี้ โดยสามารถนำหมอนลงไปซักในเครื่องซักผ้าได้ หากซักแล้วหมอนยุบไม่คืนตัว ก็โบกมือบ๊ายบายแล้วโยนทิ้งได้เลยค่ะ

4.สมาร์ทโฟนตัวดี

ในแต่ละวันเราสัมผัสมือถือกันวันละกี่ครั้ง แต่ก่อนที่เราจะสัมผัสกับมือถือมือ เราก็ไปจับสิ่งของมากมายจนมือสกปรกแล้วก็กลับมาจับโทรศัพท์ อีกทั้งขณะที่เราใช้โทรศัพท์มือถือ หน้าจอก็จะถูกสัมผัสกับเหงื่อ เครื่องสำอางบนใบหน้า เมื่อนานวันเข้าสิ่งสกปรกเหล่านั้นจึงเกิดการสะสม ถ้าไม่ทำความสะอาดก็ยิ่งจะสะสมเพิ่มขึ้นไปอีก วิธีการทำความสะอาดสามารถทำได้โดยการใช้แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาเช็ดหน้าจอมือถือเช็ดบ่อยๆ ถ้าไม่ทำระวังหน้าเป็นสิวไม่รู้ด้วยนะ

ภัยอันตรายที่คุณคาดไม่ถึงในห้องนอนของคุณ คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/ห้องนอน/

15
เอกลักษณ์อันโดดเด่นของปลาหมอสีที่ทำให้คนรักปลาหลงใหล คือ โหนกบนหัว ลวดลาย และสีแดงสดบนตัวปลาหมอสีมีความเกี่ยวพันในเรื่องของความเชื่อ และโชคลาภ อาหารที่ใช้เลี้ยงคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ปลามีความสวยงาม

ปลาหมอสีเป็นปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมเลี้ยงมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในปลาที่มีความเกี่ยวพันกับเรื่องความเชื่อ โชคลาภ เข้ามาเกี่ยวข้อง เอกลักษณ์อันโดดเด่นของปลาหมอสีคือ โหนกบนหัว ลวดลาย และสีแดงสดที่อยู่บนตัว สำหรับใครที่เริ่มสนใจอยากจะเลี้ยง วันนี้เรามีเคล็ดไม่ลับที่จะทำให้ปลาหมอสีของคุณสวยเด่นกว่าใคร จะมีเทคนิคอย่างไรบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

• สภาพพื้นที่เลี้ยง

ควรเป็นจุดที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปมามากเกินไป ตู้ปลาควรมีขนาด 24-42 นิ้ว มืดสักหน่อยและติดไฟสีชมพู หลายอาจสงสัยว่าทำไมต้องทำตู้ให้มืดและติดไฟสีชมพู นั่นเพราะว่าปลาหมอสีมีสีหลักของตัวเองคือ สีแดง เป็นนักล่าชนิดหนึ่งที่พร้อมจู่โจมทุกสิ่งที่เข้ามาใกล้ การทำตู้ปลาให้มืดนั้นจะทำให้ตัวปลามีสีแดงเพิ่มขึ้นได้ สีแดงนี้จะทำให้พลางตัวและจู่โจมเหยื่อได้ง่ายขึ้นในที่มืด ส่วนไฟสีชมพูจะทำให้เราเห็นสีของปลาได้ชัดเจนขึ้นในตู้มืด เมื่อเปิดไฟแล้วตักปลาขึ้นมาดู ก็จะเริ่มเห็นสีแดงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวัน

• ใช้ปลาหมอสีอีกตัวเป็นตัวช่วย

หลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าปลาหมอสีมีนิสัยค่อนข้างดุ เลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นแทบไม่ได้เลย แล้วจะทำอย่างไรกันล่ะ เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้โดยหาซื้อแผ่นใสตามร้านขายปลาสวยงามทั่วไป หรือแหล่งตลาดสัตว์เลี้ยง เช่น จตุจักร หรือ ตลาดนัดธนบุรี (สนามหลวง2) เมื่อได้แผ่นใสมาแล้วให้นำมากั้นกลางไว้ระหว่างปลาหมอสีของเราฝั่งหนึ่ง กับปลาหมอสีตัวผู้ที่มีสีแดงสดกว่าอีกฝั่ง เพื่อให้ปลาทั้งสองแข่งกันเร่งสีตัวเองออกมา ซึ่งอาจจะได้หัวที่ใหญ่และกลมแถมมาด้วย แต่ถ้าเป็นปลาหมอสีตัวเมีย แน่นอนว่าปลาหมอสีตัวผู้จะเร่งสีแดงเพื่อเรียกร้องให้ตัวเมียสนใจตามสัญชาตญาณ

• อาหารการกิน

อาหารคือส่วนสำคัญที่ทำให้สีของปลาหมอมีความโดดเด่นขึ้นมา ปลาจะสวยหรือไม่สวยนั้นขึ้นอยู่กับอาหารที่เราให้ อาหารของปลาแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ อาหารสด มีทั้งแบบแช่แข็งและแบบที่ยังมีชีวิตอยู่ อีกชนิดคือ อาหารแห้ง (ชนิดเม็ด)

แน่นอนว่าอาหารมีให้เลือกมากมายหลายสูตร มีคุณสมบัติและกลิ่นเฉพาะที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เลี้ยงว่าต้องการให้ปลาเสริมสร้างพัฒนาการในด้านใด

เทคนิคการเลี้ยง ปลาสวยงาม ปลาหมอสีให้สวยเด่นกว่าใคร คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/ปลาสวยงาม/

หน้า: [1] 2 3 ... 15