ผู้เขียน หัวข้อ: 10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต  (อ่าน 136 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

09-05-2017 , 15:52:20
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

10 สุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค
เรื่องราวของประสบการณ์ประหลาด จิตวิญญาณ ภูต ผี ปีศาจ สิ่งเร้นลับที่ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง ผี ขึ้นมาเมื่อไหร่ หลายคนคงหยุดนิ่งพร้อมกับความรู้สึกเสียวสันหลังวูบ เพราะไม่อยากเจออย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะหลายคนก็เคยสัมผัสความสยอง จนถึงขั้นเอามาเล่าสู่กันฟังแบบสดๆ หน้าไมค์ในรายการเดอะช็อค รายการวิทยุสดที่นำเสนอ เรื่องผี วิญญาณและสิ่งเร้นลับ โดยเปิดสายให้คนทางบ้านมาเล่าประสบการณ์สยองของตัวเอง รายการนี้มีดีเจที่เชี่ยวชาญเรื่อง ผี ชื่อดังอย่างพี่ป๋อง กพล ทองพลับ และทีมงานที่ดำเนินรายการตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมากับเรื่องเล่านับหมื่นเรื่อง และบางเรื่องยังโด่งดังขนาดนำไปสร้างเป็นภาพยนต์อีกด้วย เรื่องที่ถูกเล่าในรายการเดอะช็อคเรื่องใดที่เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มาดูกัน

อันดับที่ 10 ลองของผีที่บ้านร้าง
เรื่องนี้แฟนรายการเดอะช็อคชื่อคุณต้นไปลองของที่บ้านร้างแถวชานเมืองที่หนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่ปล่อยร้างไว้นานมาก เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น คุณต้นไปลองของกับเพื่อนประมาณ 6-7 คน ขับรถกระบะกันเข้าไป พอขับเข้าไปถึงที่บ้านหลังนี้ ทุกคนกลับมีความรู้สึกว่าไม่อยากเข้าไปแล้ว รู้สึกกลัวกัน เพราะด้วยบรรยากาศด้วยอะไรหลายๆ อย่าง แต่ด้วยที่ว่าตัดสินใจมากันแล้วก็ลองเข้าไปดูหน่อยก็แล้วกัน ก็ขึ้นไปกัน พอขึ้นไปปุ๊บ ที่ข้างหน้าประตูเนี่ยมันล็อค มันเข้าไม่ได้ ก็เลยพยายามปีนขึ้นไปบนชั้นสอง ตอนแรกเพื่อนคุณต้นปีนขึ้นไปก่อน ปรากฏว่าเพื่อนรีบกระโดดลงมาจากชั้นสองแล้วบอกว่ากลับกันดีกว่า คุณต้นเห็นอาการของเพื่อนแทนที่จะกลัว กลับอยากรู้ว่าเพื่อนไปเห็นอะไร ก็เลยขึ้นไปดูบ้าง พอขึ้นไปคุณต้นก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ อีกฟากหนึ่งของห้องที่มีกระจกไฟเบอร์กลาสกั้นอยู่ คุณต้นก็คิดว่าตัวเองตาฝาด ก็ขยี้ตาก็ปรากฏว่าผู้หญิงคนนั้นเลื่อนมาอยู่ที่ตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ก็รีบวิ่งลงมาหาเพื่อนที่รออยู่และพากันกลับ พอออกรถก็รู้สึกว่ามีบางอย่างติดอยู่ที่ล้อรถ ก็ลงมาดูกัน พอหยิบดูก็พบว่าเป็นเส้นผมกระจุกใหญ่ แถมตอนออกมาที่ทางออกของหมู่บ้าน ผู้หญิงคนหนึ่งก็ยืนขวางทางอยู่อีกด้วย ก็ขับฝ่าออกมากันด้วยความระทึก

อันดับที่ 9 บ้านเราเองแท้ๆ
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดระยอง เป็นเรื่องของพี่กุ้งที่โทรมาเล่าให้ฟัง พี่กุ้งนี่ไปเรียนต่างประเทศมาซึ่งที่บ้านเขานี่ค่อนข้างจะมีตังค์ ก็เป็นบ้านใหญ่ คุณพ่อเขาเนี่ยปลูกบ้านไว้หลายหลัง ก็พอกลับไป พ่อเขาก็ยกบ้านหลังนี้ให้อยู่ พอไปอยู่แรกๆ ก็เจอเลย ในบ้านจะมีเตียงนอนที่ไปซื้อมือสองมา เป็นเตียงไม้ใหญ่ๆ แล้วในตอนที่นอนนี่เหมือนมีผู้ลายคนหนึ่งมายืนอยู่ปลายเตียง แล้วก็บอกว่าเอาที่กูคืนมา บอกอย่างนี้อยู่หลายคืน แล้วทีนี้พอคืนหลังๆ เนี่ยหลังจากผู้ชายแล้วก็มีผู้หญิงเข้ามาด้วย ผีผู้ชายจากที่ยืนอยู่ปลายเตียงก็เริ่มมานั่งคร่อมบนตัว แต่ผีผู้หญิงนี่แปลก ไม่ได้ยืนใกล้ๆ แต่ยืนอยู่ที่หน้าห้อง ตาแดงๆ และชี้หน้าด้วยความโกรธ ใส่ชุดคลุมท้องด้วย ซึ่งพี่กุ้งจะเจอผู้หญิงคนนี้บ่อยมาก จนทนไม่ไหวไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อเขาก็เลยนิมนต์พระมาทำพิธี หลังจากทำพิธีแล้ว ผีผู้ชายหายไป เหลือแต่ผีผู้หญิง ซึ่งไม่ยอมไปซะที ทั้งๆ ที่ทำบุญให้แล้ว หลังจากนั้นก็เจอหนักขึ้นๆ บางทีนอนๆ อยู่ในห้องแล้วประตูหเองก็เปิดไปเห็นห้องโถงข้างหน้าเห็นผีผู้หญิงยืนชี้หน้าอยู่ ซึ่งในภายหลังน้องของพี่กุ้งได้โทรเข้ามาในรายการบอกว่าเขาพาเพื่อนที่ท้องมาอาศัยที่บ้านหลังนี้เนื่องจากพ่อไม่ยอมรับ แต่ก็เสียชีวิต ตายทั้งกลมอยู่ที่บ้านหลังนี้

อันดับที่ 8 เช่าแสนถูก
พี่ผู้ชายคนที่โทรมาเล่านี้ช่วงนั้นแกฐานะไม่ดีก็เลยไปหาบ้านเช่าถูกๆ แกก็อยู่กับแฟน เวลาที่อยู่บ้านหลังนี้เขาจะเจอกับผีผู้หญิงคนหนึ่ง แบบกำลังเคลิ้มๆ กึ่งหลับกึ่งตื่น ผีผู้หญิงคนนี้จะมาบอกให้ช่วย และสุดท้ายก็บอกว่าถ้าอยากเจอเขาให้ไปดูที่ข้างบ้านสิ พี่ผู้ชายคนนี้ทนไม่ไหวแกเลยไปขุดดูที่ข้างบ้าน ก็พบเป็นศพผู้หญิงคนนั้นนอนคุดคู้อยู่จริงๆ ซึ่งเป็นหญิงสาวที่ถูกฆาตกรรมโดยชายคนรักที่พอฆ่าเธอแล้วก็ลากศพไปฝังไว้ที่ข้างบ้าน และต่อมาผีผู้หญิงคนนั้นก็มาให้โชคให้พี่เขาถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่อีกด้วย

อันดับที่ 7 ผีเข้ากลางรายการ
วันนั้นมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อพี่น้ำมนต์ อายุแกก็เยอะแล้วล่ะ แกโทรศัพท์มาเล่าในรายการเดอะช็อค โดยตั้งชื่อเรื่องว่า "เค้าหาว่าเราเป็นผี" คือเหมือนกับว่าตัวของเขาานั้นมีสองร่าง มีตัวเค้าเองกับมีอะไรก็ไม่รู้มาคอยสิงอยู่ พี่เค้าโทรมาเล่าโดยที่ตอนแรกแกก็เกริ่นก่อนนะว่าถ้าเกิดพี่คุยไปแล้วพี่มีอาการอะไรแปลกไปก็อย่าตกใจนะ แล้วแกก็เล่าต่อว่าแกมักจะมีอะไรไม่รู้เข้ามาสิง แล้วช่วงเวลานั้นแกจะไม่รู้ตัว หรือบางทีมีคนเห็นว่าตัวพี่น้ำมนต์นั้นมักจะคุยอยู่คนเดียว คุยกันไปคุยกันมาแต่เป็นสองเสียง เหมือนเป็นการแบ่งบุคลิกกัน จนกระทั่งที่พี่เขาเล่าไปถึงกลางเรื่อง สักพักนึง พี่เขาก็เงียบ แล้วก็กลายเป็นเสียงหัวเราะ แล้วก็พูดว่าเขาไม่ใช่คุณน้ำมนต์ เขาเป็นพญานาค ที่เข้ามาอยู่ในตัวพี่น้ำมนต์ เพราะพี่เขาเนี่ยเป็นคนที่บาปเยอะ ต้องเข้ามาสิงเพื่อพาไปบำเพ็ญเพียรทำความดีไถ่บาป จนสุดท้ายแกก็เงียบหายไปแล้วก็กลับมาเป็นพี่น้ำมนต์อีกครั้ง

อันดับที่ 6 กระจกโบราณ
เหตุการณ์นี้เกิดที่จังหวัดนนทบุรี ที่อาคารพาณิชย์สี่ชั้นของครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวใหญ่ คนที่โทรมาเล่านี้ชื่อคุณเปิ้ล คุณเปิ้ลโทรมาเล่าว่าที่บ้านอาคารพาณิชย์หลังนั้นมีพี่สาวกับพี่เขยอาศัยอยู่ แล้วก็หลานอีกสองคนผู้ชายกับผู้หญิง ตัวพี่เขยเนี่ยชอบไปซื้อกระจกเก่าๆ ที่เป็นกระจกโบราณเนี่ยมาเก็บไว้ พอพี่เปิ้ลมาอยู่ด้วยก็มักจะได้ยินหลานชายเค้าซึ่งเป็นโตเป็นหนุ่มวัยรุ่นแล้วคุยอยู่กับใครก็ไม่รู้ทุกคืน ซึ่งพี่เปิ้ลเขาสงสัยมาก พอถามหลานชายว่าคุยกับใคร หลานก็ไม่อยากจะบอกแล้วก็เฉไฉไปโรงเรียนเลย ด้วยความที่อยากรู้พี่เปิ้ลก็เลยเดินขึ้นชั้นสองเพื่อจะไปดูที่ห้องของหลานชาย ระหว่างที่ขึ้นบันไดพี่เปิ้ลก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินจูงมือเด็กแล้วเดินหายเข้าไปในห้องของหลานชาย

อันดับที่ 5 เด็กพิเศษ
เรื่องนี้คนที่โทรศัพท์มาเล่าชื่อว่าคุณกร เขาเล่าว่าช่วงปิดเทอมเขาได้ไปพักที่บ้านญาติที่จังหวัดลพบุรี บังเอิญเขาไปรู้จักกับเด็กคนหนึ่ง เป็นเด็กพิเศษมีชื่อเล่นว่าอ๋อง แต่คนแถวนั้นเขาจะเรียกอ๋องกันว่า "เอ๋อ" ซึ่งบางคนในละแวกนั้นจะค่อนข้างกลัวและไม่อยากให้เข้าใกล้เด็กๆ เพราะคิดว่าอ๋องเป็นคนบ้าสติไม่ดี ครั้งแรกที่กรได้เจอและพูดคุยกับอ๋องนั้นก็เป็นบริเวณหน้าวัดที่อ๋องอาศัยอยู่ ซึ่งกรนั้นพอรู้จักชื่ออ๋องว่าบ้างก็ทักว่า อ้าว อ๋อง ไปไหนๆ คือเด็กพิเศษเวลาที่เขาพูด เข้าจะพูดสั้นๆ อ๋องชี้ไปที่จักรยานแล้วก็บอกว่า มันเสียๆ กรก็ปลอบใจอ๋องและพาอ๋องไปซ่อมรถจักรยานและเป็นจุดเริ่มต้นความเป็นเพื่อนของทั้งคู่ เมื่อกรสนิทกับอ๋อง ความพิเศษของอ๋องก็ถูกถ่ายทอดมาให้กรรับรู้มากขึ้น

มีอยู่วันหนึ่งคุณกรมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งชื่อว่าคุณเก่ง ซึ่งอ๋องกับคุณเก่งไม่เคยเห็นหรือรู้จักกันมาก่อน พอเก่งมาเยี่ยมหากรที่บ้านและอ๋องก็อยู่ด้วย อ๋องเห็นหน้าเก่งก็ชี้ไปที่หน้าของเก่งแล้วบอกว่า "เมีย" หลังจากนั้นประมาณสองสามชั่วโมงก็มีโทรศัพท์มาถึงคุณเก่งว่าภรรยาของเก่งที่ทำงานอยู่ที่โรงงานเย็บผ้านั้นได้รับอุบัติเหตุโดยจักรเย็บเข้าไปที่มือ ทุกคนในตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่อ๋องพูดทักเก่งแต่อย่างใด แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ทั้งหมดจึงมาเรียบเรียงดูความแปลกประหลาดที่เกี่ยวกับอ๋องนี้ ส่วนเก่งนั้นมีอาชีพที่เกี่ยวกับมูลนิธิอาสาสมัคร พอเก่งไม่ว่างต้องดูแลภรรยาเลยวานให้กรนั้นไปทำหน้าที่แทนระยะหนึ่ง โดยให้ทำงานคู่กับชาติที่เป็นคู่หูอาสาสมัครของเก่ง อยู่มาวันหนึ่งก็ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถชนกัน เมื่อไปถึงพบว่าเป็นเหตุการณ์รถพ่วงชนกับรถกระบะ แล้วรถกระบะก็ไถลไปชนกับมอเตอร์ไซค์อีกคันหนึ่ง จากเหตุการณ์นีเทำให้คนขับมอเตอร์ไซค์เสียชีวิตและหัวขาดหาหัวไม่เจอ กรกับชาติก็ลงไปช่วยกันหาหัวของศพตรงบริเวณที่เกิดเหตุ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ สักพักอ๋องก็พูดออกมาว่าล้อๆ กรเอะใจจึงเอาไฟฉายไปส่องหาที่ล้อรถบรรทุก ก็พบว่าหัวของศพติดอยู่ที่ร่องล้อจริงๆ ก็แปลกใจกันว่าอ๋องรู้ได้ยังไง

จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุด วันหนึ่งกรไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนและฝากสร้อยทองไว้กับอ๋องที่นั่งเล่นอยู่ข้างสนาม พอเตะบอลเสร็จก็เดินมาข้างสนามตรงที่อ๋องอยู่ก็พบว่าอ๋องหายไปไหนก็ไม่รู้ ซึ่งตัวคุณกรนั้นก็ไม่ได้คิดว่าอ๋องจะขโมยทองไปหรืออะไร เพียงแต่สงสัยว่าอ๋องหายไปไหนเท่านั้น จนกระทั่งกรต้องมาเข้าเวรของมูลนิธิพร้อมกับชาติ ระหว่างที่นั่งรถตรวจตรากันอยู่นั้นก็เจอเหมือนกับผู้ชายคนหนึ่งเดินอยู่ข้างถนน พอขับรถเข้าไปใกล้ก็พบว่าเป็นอ๋องที่ตัวเปียกอยู่ พอเข้าไปถามอ๋องก็บอกว่าหนาว ก็เลยพาตัวอ๋องมาเพื่อที่จะไปส่งที่บ้าน พอขับรถไปได้สักพักหนึ่ง อ๋องก็ทุบรถแล้วบอกให้หยุด พอจอดรถได้สักพักหนึ่ง ข้างหน้าก็เกิดเหตุการณ์รถสิบล้อชนประสานงากับรถบัสต่อหน้าต่อตากร ชาติ และก็อ๋อง พอช่วยเหลือเก็บกวาดอุบัติเหตุนี้แล้วก็เดินกลับกันมาที่รถ อ๋องก็ไม่อยู่ซะแล้ว ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าอ๋องคงจะเดินกลับบ้านไปเอง

พอรุ่งเช้ากรก็มานั่งที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้าน และเปิดดูช่องเก็บที่กรมักจะเอาขนมมาใส่ไว้ให้อ๋องกิน ก็พบกระดาษทิชชู่ที่ห่อสร้อยทองที่กรฝากอ๋องตอนเตะบอล สักพักหนึ่งมีคนวอแจ้งว่ามีคนจมน้ำตาย พอกรขับรถไปดูก็พบว่าศพที่จมน้ำเป็นศพของอ๋องที่คาดว่าน่าจะตายตั้งแต่ตอนที่กรเตะบอลอยู่ เพราะช่วงเวลานั้นมีกลุ่มเด็กเล่นน้ำอยู่แล้วมีเด็กคนหนึ่งจมน้ำ อ๋องก็โดดลงไปช่วยทั้งที่ตัวเองว่ายน้ำไม่เป็นและเพิ่งจะพบศพตอนเช้านี้เอง

อันดับที่ 4 แฟนเก่า
เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งโทรมาเล่า เรื่องของเรื่องเขามีแฟนแล้วก็มีนิสัยคล้ายๆ กันคือไม่ค่อยพูด และเนื่องจากเป็นช่วงที่ย้ายที่ทำงานใหม่จึงสนใจแต่เรื่องงานเพราะอยู่ในช่วงทดลองงาน แต่ตัวผู้ชายก็พอรู้อยู่บ้างว่าแฟนสาวของเขานั้นกินยาเยอะมาก พอถามแฟนเขาก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร เป็นแค่วิตามินบำรุงธรรมดา ตัวเขาก็ไม่ได้จะซักไซร้อะไรมากเพราะด้วยความที่ก็ยุ่งเรื่องงาน ก็ได้แต่บอกว่าตัวเองจะกินอะไรมากมายเนี่ย เดี๋ยวจะติดเอานะ จนมาช่วงหนึ่งตัวผู้ชายนั้นทำงานหนักมาก จนนอนที่ออฟฟิศเลย อยู่ไปเรื่อยๆ เขาเอะใจว่าพักนี้แฟนสาวของเขาไม่โทรมาหาเลย โทรไปก็ไม่รับสายจนกระทั่งปิดเครื่องไปเลย แต่ในระหว่างนี้เวลาที่เขากลับบ้านจะพบว่าเหมือนกับมีใครมาทำกับข้าวและซื้อของกินไว้ให้เขา แต่สุดท้ายเมื่อติดต่อไม่ได้จึงตัดสินใจเดินทางไปที่บ้านของแฟน พอไปถึงได้คุยกับพ่อและแม่ของแฟนก็ได้รู้ว่าแฟนเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามอาทิตย์ก่อนเพราะป่วยเป็นลูคีเมีย

เมื่อรู้ว่าแฟนตัวเองตายไปเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้วโดยที่ไม่รู้อะไรเลย และด้วยความที่เสียใจที่ไม่ได้ดูแลแฟนเลย แต่ก็ฝืนกลับมาทำงานและใช้ชีวิตต่อให้ได้ เมื่อกลับมาทำงาน เขากลับมีความรู้สึกว่าเหมือนกับมีกับข้าวอยู่ในตู้เย็นยังกับตอนที่แฟนเขายังอยู่ ด้วยความสงสัยเขาเลยไปถามยามกับแม่บ้านที่ดูแลอพาร์ทเม้นต์ว่ามีใครเข้ามาที่ห้องของเขามั้ย ยามกับแม่บ้านก็บอกตรงกันว่า ก็แฟนคุณไง ซื้อกับข้าวมาทำทุกวันเลยแล้วประมาณซักเที่ยงคืนตีหนึ่งแฟนเขาก็กลับ เขาเลยไปปรึกษากับเพื่อน เพื่อนแนะนำว่าถ้าอยากพิสูจน์ว่าแฟนของเขายังไม่ไปไหนจริง ให้เอาแป้งฝุ่นโรยให้ทั่วห้อง

พอตื่นเช้ามาเขาก็ไปดูที่พื้นก่อนว่ามีรอยเท้ามั้ย ก็พบว่าไม่มีรอยอะไร แต่กลับปรากฏรอยเหมือนมีคนเอาแขนมาพาดไว้บนตัวของเขา พอเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนคนอื่นฟัง ทุกอย่างมันก็เฉลยหมดเลยว่า มีอยู่วันหนึ่งที่เป็นวันเกิดเพื่อนคนหนึ่ง ทุกคนเห้นเหมือนกันหมดเลยว่าแฟนสาวของเขามาด้วยโดยนั่งอยู่ในรถ มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้แน่ใจว่าแฟนของเขายังไม่ไปไหน สุดท้ายเขาจึงจะบวชให้แฟน จนกระทั่งตอนสึก เจ้าอาวาสก็มาบอกกับเขาว่า โยม ที่โยมมาบวชเนี่ย เขารู้นะ วันที่โยมกำลังจะเดินเข้าโบสถ์ เขามาจับชายผ้าเหลืองโยมอยู่นะ

อันดับที่ 3 กระดานอาถรรพ์
คุณเบิร์ดเป็นคนโทรมาเล่าว่า เขาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนว่าพ่อของเพื่อนเสียชีวิต ก็เลยรวมกลุ่มกันจะไปงานศพ บังเอิญว่ามีเพื่อนคนหนึ่งเพิ่งกลับมาจากทำงานและตรงดิ่งมาที่วัดโดยที่ไม่ได้เตรียมชุดดำมาด้วย เพื่อนคนนี้ก็เดินหายไปสักพักหนึ่งก็กลับมาพร้อมกับปลอกแขนสีดำ ซึ่งไปแกะมาจากพวงหรีด ด้วยความที่เฮฮากันตามประสาเพื่อนๆ และปากไม่ค่อยเป็นมงคล เพื่อนคนนี้ก็พูดขึ้นมาว่า งานศพทำไมต้องเป็นกระเพาะปลาวะ ถ้าเป็นงานเรานะจะจัดอาหารให้แบบดีๆ เลย เพื่อนคนอื่นก็ทักกันว่าทำไมพูดอย่างนั้น ก็คุยกันไป ระหว่างที่รอแท็กซี่กันอยู่ ก็หันไปเห็นกระดานงานศพ ด้วยความคะนองก็เลยเขียนชื่อจริง นามสกุลจริงของตัวเองลงไปในกระดานพร้อมวันเผาเสร็จสรรพ ด้วยความที่เขาเป็นคนห้าวๆ กับเพื่อนก็เลยหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาเปิดว่าให้ตรงกับวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดเพื่อที่เพื่อนๆ จะได้มางานได้

เวลาผ่านไปสักพักจนวันหนึ่งเพื่อนคนนี้โทรมาคุยกับคุณเบิร์ดว่าพักนี้เขานอนไม่ค่อยหลับและมักจะฝันว่ามีใครก็ไม่รู้พาเขาไปยังสถานที่หนึ่ง เหมือนเป็นศาลาๆ หนึ่ง แล้วที่หน้าศาลาจะมีผู้ชายผมขาวๆ ซึ่งในฝัน เพื่อนได้เข้าไปคุยกับชายคนนี้ แต่ชายคนนี้ก็นั่งเฉยๆ ไม่ยอมพูดจากับเขาเลย คุณเบิร์ดเห็นเพื่อนไม่สบายใจก็เลยชวนให้เพื่อนไปนอนที่บ้านจะได้คุยปลอบเพื่อนไม่ให้คิดมาก จนเวลาผ่านไป มีอยู่วันหนึ่งคุณเบิร์ดได้รับโทรศัพท์จากญาติของเพื่อนคนนี้ว่าเพื่อนล้มหน้าห้องน้ำและอาการหนัก พอไปเยี่ยมก็พบว่าเพื่อนปอดแฟบและสุดท้ายก็เสียชีวิต พอจะจัดงานศพก็หาวัดไม่ได้จนสุดท้ายกลับไปได้วัดเดียวกับที่พ่อของเพื่อนที่ตายก่อนหน้านี้

อันดับที่ 2 สาวชุดดำ
เรื่องสาวชุดดำเนี่ยเป็นเหมือนกับตำนานของเดอะช็อคก็ว่าได้ เพราะมีคนเจอและมาเล่าในรายการค่อนข้างบ่อย ส่วนมากที่จะไปเจอก็จะเป็นถนนเส้นประชาอุทิศ รัชดา ลักษณะที่เจอก็คล้ายๆ กันว่าเป็นผู้หญิงสองคนมายืนรอ เหมือนรอรถ และใส่ชุดสีดำที่เหมือนเพิ่งกลับจากไปเที่ยวย่านนั้น คนที่เจอและโทรมาเล่าก็จะเป็นแท็กซี่เป็นส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องที่พีคที่สุดนั้นมีนักเที่ยวคนหนึ่งโทรมาเล่าให้ฟังในรายการ เขาไม่เคยฟังเดอะช็อคมาก่อน เขาเล่าว่าคืนวันที่เจอนั้นเขาไปเที่ยวกลางคืนเสร็จ ขากลับขับรถกลับมาคนเดียว มีผู้หญิงสองคนใส่ชุดสีดำ เหมือนสองคนนี้จะเป็นพี่น้องกันด้วยนั้นโบกรถเขาอยู่ ตามประสาหนุ่มนักเที่ยวเห็นสาวโบกรถก็เลยจอดรับ คนนึงนั่งหน้า อีกคนนั่งหลัง

ระหว่างนั้นเขาก็คุย เท่าที่จำได้คือคนข้างหน้าที่นั่งคู่เขาคุยกันแบบถามคำตอบคำ ส่วนคนข้างหลังนั้นเงียบไม่ปริปากพูดอะไรออกมาเลย จนกระทั่งขับรถมาเกือบจะถึงวัดเสมียนนารีนั้นก็จอดติดไฟแดงและมีรถไฟผ่านมาพอดี เวลาตอนนั้นประมาณตีสามถึงตีสี่ ถนนตอนนั้นเงียบมาก มีรถของเขาจอดติดรถไฟอยู่คันเดียว ระหว่างที่ที่กั้นรถไฟกำลังจะยกขึ้น เขาหันไปดูที่เบาะข้างคนขับก็พบว่าไม่มีใคร หันไปดูที่เบาะหลังก็ไม่มีใครอีกเหมือนกัน มองไปมองมามองเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนกระทั่งมองผ่านกระจกไปด้านหน้าก็เจอผู้หญิงทั้งสองคนที่เมื่อกี้นั่งรถของเขาอยู่ ไปนอนคลานอยู่ที่รางรถไฟ โดยที่ผู้หญิงคนหนึ่งตัวขาดครึ่งท่อน และอีกคนพยายามตะเกียกตะกายมาหา เขาตกใจมากสลบคารถไปเลย พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลโดยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่ามีตำรวจมาส่ง และทุกวันนี้เขาเป็นโรคหัวใจ ผีสาวชุดดำที่กลายเป็นตำนานนั้นเพราะไม่ได้มีคนเห็นเพียงแค่คนเดียว มีแท็กซี่เจอผู้หญิงสองคนนี้บ่อยมาก มีการให้เงินโดยสารกันจริงๆ พอมาเปิดดูเงินก็กลับกลายเป็นเศษใบไม้ ดอกไม้จันทร์

อันดับที่ 1 ผีช่องแอร์
เป็นเรื่องจากแฟนรายการคนหนึ่งชื่อว่าคุณบิว เป็นนักดนตรี วันหนึ่งเขาไปเล่นดนตรีที่หาดใหญ่ พอเล่นเสร็จก็กลับมาที่ห้องพักของโรงแรม ก็นั่งสังสรรค์ดื่มกินกันเหมือนทุกครั้งที่ไปเล่นดนตรีด้วยกัน มีเพื่อนคนหนึ่งเดินมาแถวๆ หน้าประตู ที่ข้างบนเป็นช่องแอร์ที่ไม่มีฝาปิด เพื่อนคนนี้ก็ยืนมอง คนอื่นก็ถามว่ามองอะไรวะ เพื่อนคนนั้นกลับไม่พูดไม่จาอะไร เดินออกจากห้องไปเลย เพื่อนอีกคนสงสัยว่าเพื่อนคนนั้นเป็นอะไร เมาหรือเปล่า ก็เลยเดินออกไปตามดู ก่อนออกจากห้องก็แหงนมองดูที่ช่องแอร์นี้เพราะเห็นเพื่อนมองก็เลยมองบ้าง พอแต่ละคนมองก็มีอาการเหมือนกันหมดคือพอแหงนมองช่องแอร์นี้ปุ๊บก็เดินออกจากห้องไปทันที จนสุดท้ายเหลือแต่คุณบิวคนที่โทรมาเล่า แกสงสัยว่าเป็นอะไรกันไปหมด แกก็เลยเดินออกมาดูบ้าง

พอเดินมามองเขาก็เห็นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเบียดตัวเองอยู่ในช่องแอร์นี้แล้วห้อยหัวลงมา เขาก็รีบเดินออกมาที่ล็อบบี้ของโรงแรมก็พบว่าเพื่อนๆ นั้นนั่งรอกันอยู่แล้ว แต่ความน่ากลัวของเรื่องเล่านี้อยู่ตรงที่ กลุ่มเพื่อนๆ ที่เจอผีช่องแอร์ในวันนั้นได้ทยอยกันตายเรียงลำดับตามคนที่เจอก่อนจนกระทั่งเหลือคุณบิวกับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ไปอยู่เมืองนอกแล้ว ส่วนตัวเขานั้นตอนที่เล่าก็บอกว่าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเขานั้นจะตายตามเพื่อนไปวันไหน ซึ่งเมื่อตามไปดูประวัติก็พบว่ามหญิงสาวคนหนึ่งเหมือนกับจะทำงานขายบริการถูกฆ่าตายที่ห้องนี้ โดยถูกฆ่าตัดหัวแล้วเอาหัวไปซ่อนไว้ในช่องแอร์นี้เพื่ออำพรางศพ

สยองขวัญ
จัดอันดับ
09-05-2017 , 15:52:38
ตอบกลับ #1
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต
ก่อนอื่น! ต้องขอทำความเข้าใจกันสักนิดเผื่อว่าจะมีใครงง… มังงะ ที่เรากำลังพูดถึงนี้หมายถึง หนังสือการ์ตูน ส่วนที่เราเห็นตัวการ์ตูนขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวปล่อยพลังใส่กันเป็นฉากๆ มีเสียงคนพากย์เพิ่มอรรถรสความเมามันส์แบบนั้นคือ อนิเมะ ส่วนมากแล้วการ์ตูนเรื่องนึงมักมีทั้งมังงะและอนิเมะ ใครชอบแบบไหนเลือกรับชมกันตามสะดวก และก็อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า วันนี้จะพูดถึง มังงะ ลองมาดู 10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต จะแจ่มแจ๋วขนาดไหนอย่าได้พลาดเชียว!

10. HunterxHunter


การ์ตูนมังงะที่เข้ามาในอันดับ 10 คือเรื่อง ฮันเตอร์ ฮันเตอร์ ที่เขียนโดย โยชิฮิโร โตกาชิ เป็นเรื่องราวการผจญภัยของ กอร์น ฟรีคส์ เด็กชายที่ออกตามหา จิน ฟรีคส์ ผู้เป็นพ่อ และมีความใฝฝันจะเป็นฮันเตอร์ตามรอยพ่อเช่นกัน เรื่องราวระหว่างการเดินทางของเด็กชายคนนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างต้องไปอ่านกันดู ว่าแต่การ์ตูนเรื่องนี้…เขียนมากี่ปีแล้วนะ?

9. Berserk


เบอร์เซิร์ก ที่เขียนโดย เคนทาโร่ มิอุระ เรื่องราวของ กัซ นักดาบในยุคกลางที่เข้าร่วมสงคราม และเข้าร่วมต่อสู้กับพระเจ้า อันดับการ์ตูนมังงะเรื่องนี้มีเนื้อหาค่อนข้างรุนแรง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการ์ตูนที่มียอดขายถล่มทลายอยู่ในอันดับต้นๆ เช่นกัน

8. Slam Dunk


การ์ตูนที่ปลุกกระแสกีฬาบาสเก็ตบอลได้เป็นอย่างดี! สแลมดังก์ เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเขียนโดย ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ เรื่องราวของกีฬา ความรัก และพองเพื่อน ความน่าประทับใจเหล่านี้ไม่แปลกหรอก ที่เรื่องนี้จะเป็นการ์ตูนขวัญใจของใครหลายๆ คน

7. Fullmetal Alchemist


ฟูลเมทัลอัลเคมิสต์ หรือชื่อไทยว่า แขนกล คนแปรธาตุ เรื่องราวของสองพี่น้อง เอ็ดเวิร์ด และ อัลฟองเซ เอลริค ที่ศึกษาวิชาต้องห้ามอย่างการเล่นแร่แปรธาตุ เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นโดย ฮิโระมุ อาราคาวะ เป็นมังงะที่อัดแน่นไปด้วยการต่อสู้สุดมันส์ แถมยังซ่อนฉากเรียกน้ำตาเอาไว้มากมายอีกด้วย

6. Fairy Tail


การ์ตูนแนวแฟนตาซีที่เขียนโดย ฮิโระ มาชิม่า เล่าถึงเรื่องราวความป่วน การต่อสู้ และการผจญภัยของเหล่าจอมเวทย์แห่งกิลด์ แฟรี่เทล การพบกันระหว่าง ลูซี่ หญิงสาวผู้มีความสามารถในการอัญเชิญเทพแห่งดวงดาว กับ นัตสึ บุตรบุญธรรมของมังกรอิกนีล ผู้สามารถใช้ไฟ ทั้งสองคนได้ร่วมต่อสู่กับจอมเวทย์คนอื่นๆ จนนำไปสู่เรื่องราวความสนุกสนาน ณ ที่แห่งนี้

5. Bleach


เทพมรณะ การ์ตูนชื่อดังผลงานการสร้างสรรค์ของ คุโบะ ไทเทะ เรื่องราวของ คุโรซากิ อิจิโกะ นักเรียนมัธยมปลายผู้สามารถมองเห็นวิญญาณ ได้พบกับยมฑูตนามว่า คุจิกิ ลูเคีย แล้วเรื่องราวความสนุกสุดมันส์ในการเป็นยมฑูตของอิจิโกะก็ได้เริ่มขึ้น

4. Death Note


การ์ตูนแนวลึกลับ ผลงานเขียนเรื่องของ สึงุมิ โอบะ และวาดภาพโดย ทาเคชิ โอบาตะ เรื่องราวของยางามิ ไลท์ เด็กนักเรียนมัธยมปลายระดับหัวกะทิที่ได้พบกับสมุดเดธโน้ตของยมฑูต ลุค ที่สามารถฆ่าคนได้เพียงเขียนชื่อคนๆ นั้นลงในสมุดบันทึกเล่มนั้น ความเข้มข้นของเนื้อหา การหักมุม และมุขตลกร้ายที่แฝงอยู่ในเรื่องนำให้การ์ตูนเรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจทั้ง มังงะ และอนิเมะเลยทีเดียว

3. Dragon Ball


ชาลา-เฮด-ชาลา เรื่องราวของการออกตามหาดราก้อนบอลให้ครบ 7 ลูก เพื่อขอพรหนึ่งข้อจากเทพเจ้ามังกร เป็นผลงานการเขียนของ โทริยาม่า อากิระ พูดถึงเรื่องนี้แล้ว… คงไม่มีใครไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้หรอกเนอะ เรียกได้ว่าหลายคนโตมากับการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้เลยล่ะ

2. Naruto


นินจาจอมคาถานารูโตะ เรื่องราวของเด็กหนุ่ม อุซึมากิ นารูโตะ ผู้มีปีศาจจิ้งจอกเก้าหางถูกผนึกไว้ในตัว! เขียนโดย มาซาชิ คิชิโมโตะ มังงะเรื่องนี้สร้างความสนุกให้กับผู้ชมมายาวนานกว่า 15 ปี จริงๆ แล้วเรื่องอื่นอาจจะนานกว่าอีก เพียงแต่เรื่องนี้เหล่าแฟนๆ ของนินจาหน้าแมวได้รับชมตอนจบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วน่ะสิ แถมตอนนี้ยังมีภาคต่อของลูกชายนารูโตะออกมาแล้ว ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะสนุกสนานได้เท่ารุ่นพ่อรึเปล่า

1. One Piece


“ฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย!” ประโยคที่ตัวเอกของเรื่องอย่าง กัปตันกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง มังกี้ ดี ลูฟี่ พูดไว้อยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยในยุคทองของโจรสลัดที่ออกตามล่าหา วันพีช เขียนโดย เออิจิโร่ โอดะ จัดว่าเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังที่มีแฟนคลับมากที่สุดในโลกอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ถ้านับเวลานี่ก็ปาเข้าไป 17 ปีแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะจบ…ได้ข่าวแว่วๆมา(อีกละ) ว่านักวาดเขาวางแผนตอนจบไว้อีก 10 ปีข้างหน้า…สู้ต่อไปนะลูฟี่ และแฟนคลับวันพีชทั้งหลาย

สุดยอดไปเลยนะเนี่ย! การ์ตูนมังงะแต่ละเรื่องนี่แทบจะเป็นตำนาน ที่เราบอกว่าต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิตก็เพราะไม่อยากให้คุณพลาด! เรื่องราวความสนุกครบรส กินใจแบบนี้ไง ชอบแนวไหนไปหาอ่านกันดู

ขอขอบคุณที่มาจาก daily.rabbit.co.th/การ์ตูนห้ามพลาด

สยองขวัญ
จัดอันดับ
09-05-2017 , 15:53:11
ตอบกลับ #2
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

13 ตำนานผีเฮี้ยนของไทย
1. ผีฟ้าและเทพารักษ์
จะชอบอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพรในน้ำหรือบนต้นไม้ บางทีจะเรียกว่าเทวดาหรือเจ้าที่ เช่น เจ้าทุ่ง เจ้าท่า เจ้าป่า เจ้าเขา ผีชนิดนี้จะถือว่าเป็นผีตามธรรมชาติ
2. ผีนางตะเคียน
ว่ากันว่าเป็นผีผู้หญิงสาวและสวย มีอิทธิฤทธิ์มากมาย จะสิงสถิตย์ประจำต้นตะเคียน โดยเฉพาะต้นที่มีอายุเก่าแก่หลายปี คนไทยสมัยก่อนมักจะไม่นิยมนำไม้ตะเคียนมาปลูกบ้าน เพราะเชื่อว่ามีผีนางตะเคียนสิงอยู่ในนั้น
3. ผีปอบ
เป็นผีที่ไม่มีตัวตน ชอบสิงอยู่ในร่างคน กินตับไตไส้พุงของเจ้าของร่างจนหมด จึงออกไปจากร่างของคนที่ถูกผีปอบเข้าสิง และเมื่ออยู่ต่อหน้าคนมากๆ จะทำเป็นเจ็บไข้ได่ป่วย ไม่มีเรี่ยวมีแรง แต่พอเวลากลางคืน ก็จะแอบมากินเป็ดไก่สดๆ แบบดิบๆ จนเป็นที่สยดสยองของชาวบ้าน
4. ผีนางตานี
เป็นผีผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม และมีอภินิหารคล้ายกับผีนางตะเคียน แต่จะสิงสถิตย์อยู่ที่ต้นกล้วยตานี เล่ากันว่ามักจะปรากฏร่างในคืนพระจันทร์เต็มดวง คนโบราณจึงไม่นิยมปลูกกล้วยตานีไว้ในบ้าน เพราะกลัวผีนางตานี
5. ผีกองกอย
เชื่อว่าเป็นผีจำพวก ผีโป่ง ผีค่าง หรือผีป่า ชอบสูบเลือดที่เท้าคนกิน บางทีก็จะเรียกว่าผีดิบ รูปร่างเป็นอย่างไรไม่ปรากฏแน่ชัด บางคนก็ว่าชอบกระโดดขาเดียวไปไหนมาไหน และจะพบอยู่ในป่าลึก
6. ผีทะเลหรือผีพราย
เป็นผีที่สิงสถิตย์อยู่ในทะเล ทำให้เกิดคลื่นลม ชาวเรือมักจะสังเกตที่เสากระโดงเรือ ถ้าหากมีแสงเรืองขึ้นมา แสดงว่าจะถูกผีเรือเล่นงาน ต้องรีบหาทางเอาตัวรอด เพราะเรือนั้นใกล้จะจมลงแน่ๆ
7. ผีตายโหง
เป็นผีที่มีความดุร้ายมาก เพราะตายแบบผิดธรรมชาติ เช่นถูกฆ่าตาย ถูกรถทับตาย ตกน้ำตาย วิญญาณจะไม่สงบเท่าที่ควร ไม่ไปผุดไปเกิดง่ายๆ ต้องรอให้มีคนมาตายแทนในสถานที่ที่ตัวเองตายตรงนั้น จึงจะไปเกิด บริเวณที่มีคนตายโหงจึงจะมีคนตายโหงอยู่เรื่อยๆ คนส่วนมากมักจะโดนผีประเภทนี้หลอกหลอนมากที่สุด เรียกว่าถ้าคุณไปไหนในเวลาค่ำคืน จงระวังผีตนนี้ไว้ให้ดี
8. ผีตายทั้งกลม
เป็นผีผู้หญิงที่ตั้งท้องแล้วตายไปพร้อมกับลูกในท้อง จัดเป็นผีตายโหงด้วย เพราะตายแบบผิดธรรมชาติ จึงมีความดุร้ายมาก เช่นผีแม่นาคพระโขนง เรียกว่าผีแบบนี้ใครได้เจอจะต้องขนลุกอย่างแน่นอน
9. ผีถ้วยแก้ว
เป็นการเล่นกับผี โดยวิธีเล่นจะจุดธูปเชื้อเชิญวิญญาณผีเร่ร่อน หรืออาจจะเป็นผีที่ตายโหง โดยการเล่นนั้นจะอัญเชิญผีถ้วยแก้วเข้ามาอยู่ในแก้ว โดยจะมีการทำตารางตัวอักษร สระ พยํญชนะ และตัวเลข แล้วใช้ถ้วยตะไลคว่ำลงบนกระดาษ ให้คนเล่น 4 คนใช้นิ้วแตะก้นแก้ว ตั้งคำถามให้ผีตอบ เมื่อมีวิญญาณมาสิงที่แก้วแล้ว ถ้วยแก้วนั้นก็จะเดินไปผสมตัวอักษรให้เป็นคำ เพื่อตอบคำถามของผู้เล่น
10. ผีอำ
เป็นการอำที่เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของผีเวลาที่นอนหลับอยู่ ทำให้รู้สึกว่ามีใครมาบังคับให้ขยับตัวไม่ได้ มีคนมานั่งทับ ดึงแขนขา บ้างก็ทำให้อึดอัดหายใจไม่ออก ต้องพยายามต่อสู้ดิ้นรนจนเหนื่อย
11. ผีเปรต
เป็นคนที่ตายไปแล้ว เมื่อตายกลายเป็นผีที่มีรูปร่างสูงโย่งเย่ง ผอมโซ คอยาว กินเลือดและกินหนอง เชื่อกันว่าสมัยที่เป็นคนนั้นทำบาปไว้อย่างมหันต์ เนรคุณ ด่าพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือทำร้ายผู้ทรงศีล บ้างก็เล่าว่าเปรตบางตัวมีกงจักรพัดอยู่บนหัว ทำให้เลือดไหลไม่หยุด ต้องยืนตัวสั่นขาแข็ง ปรากฏกายบนโลกมนุษย์บ้าง หรือไม่ก็ต้องอยู่ในขุมนรกจนกว่าจะหมดเวรหมดกรรม
12. ผีกระสือ
เป็นผีผู้หญิง ส่วนมากมักเป็นหญิงแก่ชรา เวลากลางวันจะเป็นคนธรรมดา แต่จะหลบผู้คน ไม่สุงสิงกับใคร และจะออกหากินในเวลากลางคืน โดยถอดเอาหัวกับตับไตไส้พุงลอยไปในเวลาค่ำคืน อาจจะเห็นเป็นดวงไฟสีเขียวเรืองๆ หรือสีส้มเรืองๆ ดวงใหญ่ส่องแสงวูบวาบ ชอบกินของสดคาว ของเน่าเหม็น ผีกระสือเวลาจะตายมักจะต้องมีทายาทสืบต่อโดยการคายน้ำลายถ่ายเข้าไปในปากลูกหลานหรือผู้สืบทอดคนใดคนหนึ่ง ถึงจะตายได้อย่างสงบ
13. ผีกระหัง
เป็นผีชนิดเดียวกับผีกระสือ ต่างกันตรงที่เป็นผีผู้ชาย ชอบกินของสกปรก เน่าเหม็นเหมือนผีกระสือ เวลาจะไปไหนจะมีกระด้งสองใบทำเป็นปีก และมีสากตำข้าวเป็นหาง

สยองขวัญ

จัดอันดับ

09-05-2017 , 15:53:34
ตอบกลับ #3
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

Serial Killer Definition
Like certain other terms—obscenity, for example—serial killing is surprisingly tricky to define. Part of the problem is that police definitions tend to differ from popular conceptions. According to some experts, a serial killer is any murderer who commits more than one random slaying with a break between the crimes. There is certainly some validity to this viewpoint. If (for example) Ted Bundy had been caught after committing only a couple of atrocities, he wouldn’t have gained worldwide notoriety—but he still would have been what he was: a demented personality capable of the most depraved acts of violence. Still, it’s hard to think of someone as a serial killer unless he’s killed a whole string of victims.

How many victims constitute a “string”? Again, it’s hard to be precise. The most infamous serial killers—Bundy, Gacy, Dahmer, etc.—are the ones responsible for double-digit murders. Most experts seem to agree, however, that to qualify as a serial killer, an individual has to slay a minimum of three unrelated victims.
The notion of a string implies something else besides sheer number. A serial killer must perpetrate a number of random killings with an emotional “cooling-off” period between each crime. This hiatus—which can last anywhere from hours to years—is what distinguishes the serial killer from the Mass Murderer, the homicidal nut who erupts in an explosion of insane violence, killing a whole group of people all at once. Thus, the official FBI definition of serial homicide is “three or more separate events with an emotional cooling-off period between homicides, each murder taking place at a different location.”
There are several problems with this definition, however. For one thing, not all serial killers commit their murders in different locations. The nearly three dozen victims of John Wayne Gacy, for example, all met their horrible deaths in the basement of his suburban ranch house. And there are murderers who commit three or more separate homicides over extended periods of time who aren’t serial killers: mob hitmen, for example.
What distinguishes a professional hitman from a serial killer, however, is that one kills for money—it’s his job—while the other kills purely for depraved pleasure. A hitman may enjoy his work, but murder isn’t his primary source of sexual gratification. The situation is different with psychos like Gacy, who reach the heights of ecstasy while perpetrating their atrocities. According to many experts, in other words, true serial killer always involves an element of unspeakable sexual Sadism.

Taking these issues into account, the National Institute of Justice offers a definition we find more useful than the FBI’s: “A series of two or more murders, committed as separate events, usually but not always committed by one offender acting alone. The crimes may occur over a period of time ranging from hours to years. Quite often the motive is psychological, and the offender’s behavior and the physical evidence observed at the crime scenes will reflect sadistic, sexual overtones.”

09-05-2017 , 15:54:03
ตอบกลับ #4
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

20 อันดับการ์ตูนที่ดีที่สุดตลอดกาลใน Shonen Jump ของนักอ่านชาวญี่ปุ่น
ทางนิตยสาร Da Vinci ได้ทำการรวบรวมสถิติการ์ตูนที่ดีที่สุดตลอดกาลของนักอ่านชาวญี่ปุ่น ทุกเพศ ทุกวัย เพื่อจัดอันดับการ์ตูนขวัญใจที่ดีที่สุดตลอดกาลของนิตยสาร Shonen Jump จะมีเรื่องอะไรบ้าง ลองไปดูกันดีกว่า

? 20  การ์ตูน To LOVE Ru  (Kentaro Yabuki: Author, Saki Hasemi: Original)
? 19  การ์ตูน City Hunter (Tsukasa Hojo)
? 18  การ์ตูน Haikyu  (Haruichi Furudate)
? 17  การ์ตูน Katekyo Hitman REBORN!  (Amano Akira)
? 16  การ์ตูน BLEACH  (Kubo Taito)
? 15  การ์ตูน DEATH NOTE  (Takeshi Obata: Author, Tsugumi Ohba: Original)
? 14  การ์ตูน Hikaru no Go  (Ken Obata)
? 13  การ์ตูน Rurouni Kenshin  (Nobuhiro Watsuki)
? 12  การ์ตูน Kuroko's Basketball  (Tadatoshi Fujimaki)
? 11  การ์ตูน HUNTER ? HUNTER  (Yoshihiro Togashi)

อันดับที่ 10 : การ์ตูน Saint Seiya โดย อ.คุรุมาดะ มาซามิ



อันดับที่ 9 : การ์ตูน Naruto โดย อ.คิชิโมโตะ มาซาชิ



อันดับที่ 8 : การ์ตูน Hokuto no Ken โดย อ.บุรอนสัน และ อ.ฮาระ เทะสึโอะ



อันดับที่ 7 : การ์ตูน Kochira Katsushika-ku Kameari Kouen Mae Hashutsujo (KochiKame) โดย อ.อากิโมโตะ โอซามุ



อันดับที่ 6 : การ์ตูน Captain Tsubasa โดย อ.ทาคาฮาชิ โยอิจิ



อันดับที่ 5 : การ์ตูน Jojo no Kimyou na Bouken โดย อ.อารากิ ฮิโรฮิโกะ



อันดับที่ 4 : การ์ตูน Slam Dunk โดย อ.อิโนะอุเอะ ทาเคฮิโกะ



อันดับที่ 3 : การ์ตูน Gintama โดย อ.โซราชิ ฮิเดอากิ



อันดับที่ 2 : การ์ตูน One Piece โดย อ.โอดะ เอย์อิชิโระ



อันดับที่ 1 การ์ตูน ขวัญใจของนักอ่านชาวญี่ปุ่นตลอดกาลก็คือ : Dragonball โดย อ.โทริยาม่า อากิระ



source https://pantip.com/topic/32855036

ขายการ์ตูนออนไลน์
09-05-2017 , 15:58:27
ตอบกลับ #5
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

การ์ตูนตาหวาน การ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนสยองขวัญ การ์ตูนตาหวาน การ์ตูน Princess หมึกจีน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต โอนเงินแล้วดาวน์โหลดไฟล์ได้เลย

ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty
อีเมล์ richyamazon@gmail.com

การ์ตูนมีหลากหลายแนว ทั้ง การ์ตูนความรักโรแมนติก 18+ แบบ hot love, Taboo
การ์ตูนโรแมนติกแนวชีค Romance, Darling, My Dear, Mini Romance
การ์ตูนโรแมนติกแนวย้อนยุค แบบ Lady หมึกจีน
การ์ตูนความรักแบบวัยรุ่น สดใส ไฮสคูล วัยเรียน แบบ Hischool, Cheese, Venus, Hello, Cherry, Strawberry,
การ์ตูนแนวอีโรติกสยองขวัญ 18+ ย้อนยุค Dark Fairy Tail ไม่เหมือนใคร แบบ Princess หมึกจีน
การ์ตูนแนวสยองขวัญ ผี ระทึกขวัญ ยุคเก่าๆ หาอ่านยาก เช่น ขวัญผวา, ก๊อก ก๊อก ก๊อก, กุกกัก













ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

วิธีการสั่งซื้อ
1. กดที่ปุ่มสั่งซื้อ ถ้าเลือกอีกให้กดปิดเมนูไปก่อน เมื่อเลือกครบตามที่ต้องการแล้วก็กดทำรายการสั่งซื้อ เพื่อกรอกชื่อค่ะ พอสั่งซื้อแล้วรอเมลตอบกลับยอดจากแม่ค้านะคะ พอสรุปยอด โอนเงินแล้วก็รอแม่ค้าส่งลิ้งค์ให้ค่ะ

2. หรือจดรายชื่อการ์ตูนที่ต้องการส่งไลน์หรืออีเมล์มาหาแม่ค้าได้เลยจ้า

ตัวอย่างการ์ตูน คลิ๊กลิ้งค์เพื่อดาวน์โหลดการ์ตูน
CHEESE 4
https://drive.google.com/file/d/0B2rHOMg8VlgMNVQ4ZEw2NFYwNFU/view?usp=sharing
09-05-2017 , 15:58:54
ตอบกลับ #6
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด





























































การ์ตูนตาหวาน การ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนสยองขวัญ การ์ตูนตาหวาน 18+ การ์ตูน Princess หมึกจีน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต ราคาเริ่มต้นเล่มละ 5 บาทเท่านั้น

ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty
อีเมล์ richyamazon@gmail.com
09-05-2017 , 16:31:45
ตอบกลับ #7
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด































































การ์ตูนตาหวาน การ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนสยองขวัญ การ์ตูนตาหวาน 18+ การ์ตูน Princess หมึกจีน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต ราคาเริ่มต้นเล่มละ 5 บาทเท่านั้น

ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty
อีเมล์ richyamazon@gmail.com
15-09-2017 , 14:50:31
ตอบกลับ #8
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

กระบวนการผลิตชีส ลักษณะของชีสชนิดต่างๆ

เอานมมา ใส่แบคทีเรียลงไปอีกนิด เชื้อราอีกหน่อย ตัวร้ายอีกเล็กน้อย ชีสคือวิธีอย่างหนึ่งในการถนอมอาหารไม่ให้เน่าเสีย แล้วเราก็จะได้ความอร่อยที่คนกินเท่าไหร่ก็ไม่พอ จากทุ่งเลี้ยงวัวไปสู่พิซซ่า จากโรคฟอร์ท (Roquefort) ไปถึงเวลวีต้า (Velveeta) ไม่ว่าคุณจะหั่นหรือว่าราดมันคือหนึ่งในการถนอมอาหารที่ซับซ้อนที่สุดของมนุษย์อย่างหนึ่ง

รถบรรทุกมาถึงก่อนรุ่งสาง ถังเหล็กส่องประกายแวววับ แต่ละถังมีปริมาตร 600 แกลลอน เลื่อนเข้าสู่สายพานผลิต มันคือโรงกลั่นอย่างหนึ่งแต่ของที่ทำไม่ใช่น้ำมันหรือว่าก๊าซแต่เป็นนม ที่โรงงานอัลโต้แดรี่ วิสคอนซิน วันปกติจะมีนมประมาณ 3,500,000 ปอนด์มาส่งที่โรงงานหรือประมาณ 70 รถบรรทุก อัลโต้แดรี่จะทำนม 3,500,000 ปอนด์นี้เปลี่ยนให้เป็นชีส 400,000 ปอนด์ทุกวัน นมร้อยละ 90 ที่ผลิตได้ในวิสคอนซินจะกลายเป็นชีส และชีสของวิสคอนซินร้อยละ 10 ถูกผลิตจากโรงงานแห่งนี้ อัลโต้แดรี่โรงงานทำชีสที่ใหญ่ที่สุดทางตะวันออกของมิสซิสซิปปี้ ตั้งแต่โรงงานใหญ่โตไปจนถึงฟาร์มเล็กๆ การทำชีสคือศาสตร์และศิลป์และงานฝีมือ ทั้งยังเป็นความสัมพันธ์ระหว่างที่ดิน สัตว์ และเทคนิค

อัลโต้แดรี่ก็เช่นเดียวกับโรงงานทำชีสอื่นๆ ชีสดีๆ เริ่มต้นจากนมบริสุทธิ์เข้มข้น สิ่งแรกที่ทำเวลารถบรรทุกนมเข้ามาคือ เจ้าหน้าที่จะเปิดฝาเพื่อนำตัวอย่างนมมาตรวจหาสารปฏิชีวนะ เมื่อห้องแล็บตรวจแล้วพวกเขาก็จะติดท่อเข้าไปเพื่อสูบนมออกมาจากถังไปเก็บไว้ในแท้งค์นมขนาดยักษ์ของโรงงาน เมื่อการผลิตชีสเริ่มขึ้นนมจะถูกส่งไปฆ่าเชื้ออย่างรวดเร็วที่อุณหภูมิประมาณ 162 องศาฟาเรนไฮต์เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียทั้งหมด จากนั้นมันจะถูกส่งไปหม้อทำชีส ที่แปลกก็คือขั้นตอนต่อไปที่สำคัญที่สุดในการทำชีสทุกชนิด ตั้งแต่ชีสสดชนิดเหลวไปจนถึงพาร์มิซานที่ต้องบ่ม นั่นก็คือการใส่เชื้อแบคทีเรีย เป็นที่ทราบกันว่าแบคทีเรียชนิดดีจะเป็นตัวบ่มชีส



เราต้องใส่แบคทีเรียชนิดดีลงไป และมันจะเป็นการเริ่มกระบวนการบ่ม สิ่งที่มันทำคือแบคทีเรียมันจะเริ่มกินแลคโตสหรือน้ำตาลนม ขณะที่แบคทีเรียที่ได้รับความช่วยเหลือจากความร้อนและการกวนที่พอเหมาะ กินน้ำตาลและหมักพวกมันเป็นกรดแลคติก พวกมันลดค่า pH ของนม นี่จะทำให้ชีสมีกลิ่นและรสฉุนเปรี้ยวในที่สุด ค่า pH ที่ลดลงจะทำให้โปรตีนนมแข็งเป็นก้อน ที่โรงงานอัลโต้นมพวกนี้จะถูกทำให้กลายเป็นเชดดาห์ชีส ดังนั้นก่อนที่นมจะแข็งเป็นก้อน คนทำชีสจะใส่สีย้อมที่ทำจากพืชที่เรียกว่าชาดลงไปเพื่อให้เชดดาห์ชีสมีสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์

การแข็งเป็นก้อนที่แท้จริงเกิดขึ้นเพราะเอนไซม์มหัศจรรย์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าเรนเน็ต (Rennet) แม้คนทำชีสปัจจุบันมักใช้เรนเน็ตที่สังเคราะห์จากพืช แต่ในอดีตมันถูกนำมาจากในกระเพาะของสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่นวัวหรือแกะ ภายในเวลาแค่สามสิบนาที เรนเน็ตเพียงเล็กน้อยก็เปลี่ยนนมหม้อใหญ่นี้ให้กลายเป็นก้อนเหนียวเหมือนโยเกิร์ต นมประมาณ 55,000 ปอนด์จะใช้เรนเน็ตแค่ประมาณ 70 ออนซ์เท่านั้น จากนั้นมีดอัตโนมัติจะหั่นพวกมันเป็นชิ้นแข็งๆ ที่เรียกว่า เคิร์ด (Curd)  ส่วนของเหลวที่คัดออกมาเรียกว่า หางนม (Whey หรือ Milk Serum) นี่คือลักษณะสากลอย่างหนึ่งของการทำชีส ที่โรงนมไม่ว่าทั้งใหญ่และเล็ก ขนาดของเคิร์ดจะเป็นตัวกำหนดเนื้อและปริมาณความชื้นของชีส ยิ่งเคิร์ดมีขนาดบางเท่าไหร่ หางนมที่คั้นออกมาได้ก็ยิ่งมาก เชดดาห์ชีสจะถูกตัดจนบางเฉียบ มันจะได้เป็นชีสเนื้อแน่นที่แห้งสนิท

ต่อมาเราจะล้างเคิร์ด ซึ่งต้องลดอุณหภูมิลงเพื่อชะลอปฏิกิริยาของแบคทีเรียและขจัดแหล่งอาหารของพวกมันด้วยการล้างแลคโตสออกไปบ้าง จากนั้นเราจะทำให้เค็มด้วยการใส่เกลือซึ่งไม่เพียงเพื่อเพิ่มรสชาติให้ชีสแต่ยังเป็นการควบคุมแบคทีเรียอีกทางหนึ่งด้วย จากนั้นเคิร์ดจะถูกส่งไปยังจุดอัดชีส ซึ่งมันจะถูกส่งลงไปในแม่พิมพ์ที่รู้จักกันในวงการว่า "640" ซึ่งก็คือแม่พิมพ์ชีสขนาด 640 ปอนด์นั่นเอง แม่พิมพ์จะถูกส่งลงไปในเครื่องอัดไล่น้ำและปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที หลังจากทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วตัวอัดไล่น้ำจะกดลงมา แรงอัดทั้งหมดจะรีดเอาหางนมออกไปอีก แม่พิมพ์แต่ละชิ้นจะกดอัดประมาณ 8 นาที ด้วยแรงอัด 5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (PSI = Pounds per Square Inch)

เครื่องพลังไฮดรอลิคนี้ใช้สำหรับอัดชีสในระดับอุตสาหกรรม ส่วนคนทำชีสทั่วไปใช้วิธีง่ายๆ มานับพันปี คือใช้แรงคนรีดเอาหางนมออกไป แม่พิมพ์ถูกส่งไปอัดต่อในห้องสูญญากาศ พอเวลาผ่านไปชิ้นเคิร์ดจะหลอมรวมกันเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า เชดดาห์ชีส ขณะเดียวกันลึกลงไปในชีส แบคทีเรียที่เป็นตัวบ่มจะทำให้น้ำตาลนมแตกตัวเป็นกรดแลคติกที่มีกลิ่นฉุน ส่วนโปรตีนจะกลายเป็นสารประกอบที่มีรสฉุนจัดค่อยๆ เพิ่มรสชาติให้กับชีส และทั้งหมดนั้นคือขั้นตอนการทำชีสเพื่อถนอมนมไว้ไม่ให้เน่าเสีย เราทำให้โมเลกุลนมแตกตัวเป็นโมเลกุลที่แยกย่อยลงไปอีก การบ่มชีสส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นห่างจากโรงงานอัลโต้แดรี่ ซึ่งจะบ่มชีสในห้องเย็นประมาณ 10 วัน ก่อนที่จะเอาออกจากแม่พิมพ์ไปสู่พ่อค้าคนกลาง เป็นที่มาของ อิงลิชฟาร์มเฮ้าส์เชดดาห์แบบดั้งเดิมที่มากด้วยปริมาณและเทคโนโลยี

คนทำชีสในโลกนี้ผลิตชีสได้ปีละ 20 ล้านตัน มากกว่ายาสูบ เมล็ดกาแฟ ใบชาและเมล็ดโกโก้รวมกันทั้งโลก เพราะชีสไม่สามารถชั่งตวงวัดเป็นปริมาณเพียงอย่างเดียว มันเป็นเรื่องของความชื่นชอบ ความหลงใหลไม่มีวันจบสิ้น ไม่ว่าจะเป็นชีสกลิ่นฉุนอย่าง บรีเดอมัวร์ (Brie de Meaux) หรือชีสในชีสเบอร์เกอร์ ในฐานะอาหารพกพาที่เต็มไปด้วยโปรตีน มันยังเป็นส่วนสำคัญในการอยู่รอดของมนุษย์อีกด้วย

เรารับรองได้เลยว่ามีการทำชีสในนครบาธมากว่า 3,000 ปีก่อนคริสตกาลแล้ว โดยเฉพาะในแถบที่เรารู้จักในปัจจุบันว่าเป็นประเทศตุรกี อิหร่าน ซีเรีย อาจจะหลายพันปีก่อนมีนครบาธด้วยซ้ำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือกากแห้งๆ ที่นักโบราณคดีขุดพบในหม้อดินเผาในบริเวณที่ปัจจบันคืออียิปต์ ซึ่งมีอายุประมาณ 2-3 พันปีก่อนคริสตกาลตามการตรวจอายุด้วยเครื่องตรวจคาร์บอน

ระหว่างการคาดเดาประวัติศาสตร์ของผู้รู้กับตำนานคือทฤษฎีที่ว่ามันเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ต้องขอบคุณคนเลี้ยงแกะเร่ร่อนที่บังเอิญเอานมแกะใส่ถุงที่ทำจากกระเพาะแพะหรือแกะ ขณะที่พวกเขาพกถุงนม นมเกิดปฏิกิริยากับเยื่อบุกระเพาะซึ่งมีเชื้อเรนเน็ตอยู่ด้วย และทำให้มันกลายเป็นเคิร์ดแยกตัวกับหางนม ถ้าเราอัดเคิร์ดพวกนี้เข้าด้วยกัน มันก็คือชีส มีการคิดค้นการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำมาตลอด 5-8 พันปี จนกลายมาเป็นชีสในปัจจุบันที่นิยมกันอย่างแพร่หลายเพราะมันเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งและมันเก็บได้นาน

ชีส 1 ออนซ์ มีโปรตีนเป็น 7 เท่าของนม 1 ออนซ์ และมีแคลเซียมมากกว่า 5 เท่า ชีสยังให้พลังงานจากไขมันที่เข้มข้นด้วย ซึ่งร้อยละ 40-50 ของน้ำหนักที่ปราศจากน้ำคือไขมัน แต่เดิมชีสโบราณทำจากนมของผู้ร่วมทางอย่างแพะ มีการเลี้ยงแพะมากว่า 7,000 ปีแล้ว พวกมันก็คือสัตว์ชนิดแรกๆ ที่มนุษย์เลี้ยง จึงมีความเป็นไปได้ว่าชีสนมแพะอาจจะเป็นชีสชนิดแรกที่ถูกทำขึ้นบนโลก ในมหากาพย์โอดิสซี่ย์ของโฮเมอร์ เป็นมหากาพย์แห่งอารยธรรมตะวันตก ซึ่งคาดว่าโฮเมอร์แต่งเรื่องนี้เมื่อ 800 ปีก่อนคริสตกาล บางส่วนในเรื่องได้พูดถึงไซคลอปส์ยักษ์ตาเดียวที่เลี้ยงแกะเอาไว้ เขากวนนมแพะและนมแกะเพื่อทำเป็นเคิร์ด รีดน้ำจากชีสในตะกร้าที่สานแน่นแล้วบ่มพวกมันในถ้ำ

วิธีทำชีสนมแพะพัฒนาต่อไป ไม่เพียงในกรีซแต่ยังเผยแพร่ไปทั่วเมดิเตอร์เรเนียน รวมทั้งที่เรดวู้ดฮิลฟาร์ม ทางเหนือของแคลิฟอร์เนีย ในการทำเฟต้าชีสของที่นี่ มีนมหนึ่งพันแกลลอนในเครื่องบ่ม ใส่เรนเน็ต แล้วสักพักมันก็จะเซ็ตตัวเป็นลิ่มก้อนเหมือนเต้าหู้หรือเจลลี่ คนทำชีสหั่นเคิร์ดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมค่อนข้างใหญ่และแยกมันจากหางนม จากนั้นก็ใส่เคิร์ดลงในแม่พิมพ์ มันอัดแน่นเข้าด้วยกันปละกลายเป็นชีสชิ้นหนึ่ง ที่นี่จะไม่กดอัดด้วยเครื่องจักร พอทิ้งไว้หนึ่งคืนพวกมันจะได้ที่ พอพรุ่งนี้เช้าก็จะใส่ก้อนเคิร์ดนี้ลงในน้ำเกลือสมุทร

คุณค่าของชีสในฐานะที่น้ำหนักเบาเป็นอาหารที่เก็บได้นาน เพิ่มขึ้นเมื่อวัฒนธรรมเมดิเตอร์เรเนียน โดยเฉพาะโรมันทำให้ศิลปะการทำชีส เค็ม แข็ง มีขนาดใหญ่ขึ้น เก็บได้นานและพกพาได้ง่าย มีทหารโรมันมากมายที่ต้องกินอาหาร และชีสก็เป็นอาหารอย่างหนึ่งของพวกเขา ดังนั้นพวกทหารโรมันไม่ว่าจะไปที่ไหนจะไปหาฝูงวัว ฝูงแพะหรือแกะ อะไรก็ได้ที่มี จากนั้นก็รีดนมมาทำชีส ชีสโรมันที่โดดเด่นที่สุดตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันก็คือชีสนมแกะแห้งๆ มันๆ ที่แข็งมาก ซึ่งเราเรียกว่าโรมาโน่เปโคริโน (Romano Pecorino) แปลว่าชีสที่ทำจากนมแกะจากแถบโรม

ชีสแข็งอิตาลีที่ยอดเยี่ยมอย่าง กราน่า ปาดาโน่ (Grana Padano) กับ พาร์มิจิอาโน่ เร็จจิอาโน่ (Parmigiano Reggiano) ถูกทำต่อเนื่องมาราวๆ พันปี หรืออาจนานกว่านั้น ชาวโรมันไม่ใช่พวกเดียวที่ทำแผ่นชีสบ่มใหญ่ๆ แข็งๆ ต้นศตวรรษที่ 11 สูงขึ้นไปบนแอลป์ของสวิส คนเลี้ยงสัตว์ต้อนสัตว์ในฤดูร้อนตามลำพังให้พวกมันหากินหญ้าสมุนไพรหวานๆ บนภูเขาแล้วผลิตชีสแข็งก้อนใหญ่อย่าง กรูแยร์ (Gruy?re cheese) อาหารสำคัญที่ช่วยให้อยู่รอดผ่านฤดูหนาวอันโหดร้าย สวิสผลิตกรูแยร์อย่างต่อเนื่องมาอย่างน้อยหนึ่งพันปีแล้ว การคิดค้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนี้เต็มไปด้วยรู ทำไมจึงมีรูในชีสสวิส และนักบวชในยุคกลางที่ดื่มเหล้าจัด สร้างสรรค์ชีสที่ดีที่สุดและกลิ่นฉุนที่สุดในโลกได้อย่างไร

เมื่อก้าวเข้าไปในร้านชีสระดับโลก ก็เหมือนก้าวเข้าไปในยันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ ที่ๆ รวมชีสกลิ่นฉุนๆ ที่ดีที่สุดในโลกไว้อย่างแปลกประหลาด ไม่ว่าจะเป็นร้านชีสที่เป็นมิตรและมีชื่อเสียงในแคลิฟอร์เนียหรือเบเวอร์ลี่ฮิลล์ หรือตลาดแฟร์เวย์ที่คราคร่ำ ห่างออกไปสามพันไมล์ที่นครนิวยอร์ค เราเกือบจะจัดอันดับร้านชีสดีๆ ได้จากกลิ่นที่เวลาเดินเข้าไปในร้าน ถ้าไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน คุณก็เข้าร้านผิดแล้ว

ชีสมีกลิ่นเหม็นฉุนเพราะการทำงานของแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งทำให้ไขมันและโปรตีนแตกตัวเป็นองค์ประกอบที่ระเหยง่าย อย่างแอมโมเนียและไฮโดรเจนซัลไฟด์ อันเป็นที่มาของกลิ่นแรงๆ ชีสที่เหม็นฉุนที่สุดถูกทำขึ้นโดยนักบวชแบ๊บติสต์และเบเนดิกทีน (Baptist and Benedictine) ในยุคกลางซึ่งนำความคิดสร้างสรรค์อันยอดเยี่ยมที่นำไปสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการทำชีสนั่นก็คือการบ่ม

ชีสที่เหม็นฉุนนั้นเพราะพวกมันถูกล้างน้ำมาอีกที พวกนักบวชเรียนรู้ว่าถ้าถูผิวหน้าของชีส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชีสนมวัว การล้างด้วยน้ำเปล่า น้ำเกลือ ไวน์ เบียร์ บรั่นดี หรืออาจจะเป็นน้ำองุ่นจะเป็นการให้อาหารแก่แบคทีเรียธรรมชาติที่อยู่นอกชีส ในอากาศ รวมทั้งในเนื้อชีสได้ทำงานเพื่อบ่มชีส นักบวชเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโลกโบราณหรือยุคกลาง พวกเขาทำให้การทำชีสนี้ยังคงอยู่ มันคือศิลปะ

ชีสมองต์เดอแคทส์ (Mont des Cats) เป็นชีสดั้งเดิมที่นักบวชยุคนั้นทำขึ้น มันกินแกล้มเนื้อแห้ง เบียร์และบทสวดสักสองบท ชีสนี้เหมาะมากๆ เอามากินแกล้มเบียร์อร่อยกว่าชีสที่มีเนื้อแข็งๆ พวกนักบวชก็เลยคิดสูตรชีสที่เหนียว เนื้อละเอียดและอร่อยมากๆ กินกับขนมปังดำและเบียร์ที่แรงๆ อาหารที่กินในสมัยนั้นทำให้พวกเขาแข็งแรงมากๆ

อีกหนึ่งตำนานของชีสสูตรแบ๊บติสต์คือชีสลิมเบอร์เกอร์กลิ่นฉุนที่โด่งดัง ที่สหกรณ์ชาเลตชีส มอนโร วิสคอนซิน นักทำชีส มารอน โอลสัน ทำชีสวิธีเดียวกับที่นักบวชทำมากว่า 1 ศตวรรษ เมื่อเคิร์ดแข็งตัวแล้วก็คลุกด้วยเกลือ จากนั้นก็ส่งไปยังห้องบ่มเพื่อให้ได้แบคทีเรียอันเป็นเอกลักษณ์ พรมน้ำไปบนผิวชีส มันคือน้ำผสมเกลือที่มีแบคทีเรียชนิดพิเศษ จากนั้นก็จะลวกมันและทำแต่ละด้านให้เป็นสี่เหลี่ยมสุดปลายก้อนชีส แบคทีเรียจะเริ่มเติบโต ทำให้โปรตีนในชีสแตกตัว เปลี่ยนมันจากชีสร่วนๆ ที่เป็นกรดมากให้กลายเป็นชีสนุ่มๆ มันทำให้ด้านนอกของชีสนิ่มเข้าไปถึงด้านใน ลิมเบอร์เกอร์อาจไม่ใช่ชีสพรมน้ำที่กลิ่นแรงที่สุด แต่มันอาจเป็นกลิ่นประเภทที่คนจำได้ เพราะบรีวีแบคทีเรียม (Brevibacterium) ในชีสลิมเบอร์เกอร์เป็นแบคทีเรียชนิดเดียวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลิ่นตัวของคนเรา ที่โรงงานของสหกรณ์ชาเลตชีสใช้แบคทีเรียชนิดเดียวกันนี้จากแผ่นไม้สนในห้องบ่มตั้งแต่ต้นปี 1900 ปัจจุบันชาเลตชีตคือบริษัทเดียวที่ผลิตลิมเบอร์เกอร์ในสหรัฐ แต่ต้นศตวรรษที่ 20 ลิมเบอร์เกอร์ได้รับความนิยมอย่างมาก

ถ้าคุณคิดว่าการทาแบคทีเรียเป็นวิธีที่น่ารังเกียจในการบ่มชีส คุณอาจอยู่ให้ห่างจากมิโมเล็ตต์ (Mimolette Cheese) เนยแข็งที่ถูกบ่มด้วยมูลชองไรในโพรงไม้ มันเป็นชีสโปรดของชาร์ล เดอ กูล (Charles de Gaulle) อดีตประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ถ้าเราดูที่ผิวจะเห็นตัวไรที่กินเข้าไปในผิวเหมือนตามด มันมีผลทำให้รสชาติแปลกออกไป เนื้อชีสจะค่อนข้างอ่อนอยู่กึ่งกลางระหว่างเชดดาห์กับอีดาม (Edam Cheese) สิ่งมีชีวิตที่นิยมใช้ในการบ่มชีสมากกว่าก็คือรา ราบนชีสถูกเพาะมาอย่างดี ไม่เหมือนที่ขึ้นตามห้องใต้ดินอับๆ

ในตระกูลเดียวกับบรี ชีสนมแพะที่เต็มไปด้วยรานี้เรียกว่า โครติน (crottin cheese) กับ คามิลเลีย (camilia) ถูกบ่มอยู่ที่เร้ดวู้ดฮิลล์ฟาร์ม ช่วงแรกของการผลิต คนทำชีสใส่การผลิตชีส ลงในนม ระหว่างขั้นตอนการบ่ม ราจะขึ้นอยู่บนผิวหน้าชีส เพราะมันต้องการอากาศ ชีสจะถูกเปลี่ยนองค์ประกอบ ราจะทำให้ไขมันเนยแตกตัวไปด้วย มันจะหมักชีสจากด้านนอกเข้าไปด้านใน คาเมมเบิร์ต (Camembert Cheese) กับ บรี (Brie Cheese) ถึงได้มีขอบหนืดๆ มันจะถูกหมักไปเรื่อยๆ จนกว่าชั้นในสุดจะเหลวเหมือนกัน

ชีสหนืดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือชีสสีฟ้าอย่างสติลตัน (Stilton) ของอังกฤษ กอกอนโซล่า (Gogonzola) ของอิตาลี และโดยเฉพาะ โรคฟอร์ท (Roquefort) ของฝรั่งเศส ตามที่เล่ากันมานมแกะสีฟ้าถูกบ่มในถ้ำที่ชื่อว่าโรคฟอร์ทและมีราขึ้นตามเนื้อชีส โรคฟอร์ทคือชีสนมแกะสีฟ้าที่ทำกันในแคว้นโอแวร์ญ (Auvergne) ของฝรั่งเศส มันคือนมแกะแท้ๆ และถูกบ่มอยู่ในถ้ำ พอถึงจุดนึงชีสจะขึ้นรา พอปาดออกอากาศจะเข้าไปและทำให้ราสีฟ้าเจริญเติบโต มันคือราสีฟ้าที่เรียกว่า เพนิซิเลียมโรคฟอร์ท ชีสโรคฟอร์ทไม่เหมือนใครเลย มันไม่เหมือนชีสสีฟ้าอื่นๆ

ชีสที่มีเอกลักษณ์อีกชนิดหนึ่งคือชีสเอ็มเมนทอลที่ทำในสวิสเซอร์แลนด์ แล้วรูพวกนี้ในชีสสวิสนี้มาจากไหนล่ะ ในการทำชีสสวิสในขั้นตอนแรกๆ จะใส่แบคทีเรียชนิดพิเศษลงไป มันชื่อว่าแบคทีเรียโพรพิโอนิก ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติในนมจะเติบโตในห้องบ่มที่อุ่นกว่าปกติ พอมันทำให้ชีสอุ่น แบคทีเรียโพรพิโอนิกก็จะเริ่มเติบโต พวกมันจะก่อตัวเป็นหย่อมเล็กๆ หย่อมพวกนี้จะเริ่มสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ และคาร์บอนไดออกไซด์นี้จะดันให้ชีสโป่งเกิดเป็นรูด้านในชีส เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้ยังทำให้เกิดรสชาติที่เราเรียกกันว่าเป็นรสชาติแบบสวิส

รสชาติคือสิ่งสำคัญเหนืออื่นใดของชีส ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของชีสแปรรูป ชีสที่ผ่านกระบวนการแล้วอาจแปรรูปได้หลายอย่าง อาจจะเป็นชีสแผ่นแบนๆ ไปจนถึงชีสที่เป็นครีมซอส มันถูกปรุงแต่งด้วยสารต่างๆ แล้วนำมาคืนรูปใหม่ ชีสที่ได้มีอายุที่นานกว่าตามธรรมชาติ ละลายได้สม่ำเสมอกว่าและผลิตได้ประหยัดกว่า เราพบกระบวนการนี้ได้ที่วิโนน่าฟู้ดส์ กรีนเบย์ วิสคอนซิน ที่โรงงานแห่งนี้ผลิตชีสแปรรูปหลายชนิด รวมทั้งชีสซอสแบบเป็นขวด มันมีตราสินค้าเป็นรูปวัวบนกระป๋อง ชีสแปรรูปจะเริ่มจากชีสธรรมชาติอย่างเชดดาห์หรือโคลบี้ ที่โรงงานวิโนน่าแห่งนี้ เชดดาห์ชีสสีขาวก้อนละ 40 ปอนด์ถูกบด เป้าหมายคือเพื่อเพิ่มพื้นผิวให้สารเคมีแปรรูปแทรกซึมเข้าเนื้อชีสให้ได้มากที่สุดในหม้อผสม ที่จะใส่สารอิมัลซิไฟเออร์ ผงหางนม ไขมัน และน้ำ ผสมจนชีสมีเนื้อเหนียวข้น

ส่วนประกอบสำคัญในชีสแปรรูปทุกชนิดก็คือสารอิมัลซิไฟเออร์ที่จะทำให้มันรวมเข้ากับสารอื่นเป็นเนื้อเดียวกันทำให้ไขมันกระจายตัวและไม่แยกชั้นกันกับผงหางนมโปรตีนที่ใส่เข้ามาแม้เวลาจะผ่านไปและทำให้มันมีเนื้อนุ่มเนียน ส่วนผสมถูกหลอมและคนอยู่ตลอดเวลา มันคือขั้นตอนสำคัญอย่างหนึ่งในการขึ้นรูปให้เนื้อชีส เนื้อของมันเกือบจะเหมือนพลาสติกภายในหม้อผสมที่มีอุณหภูมิร้อนมากๆ

ชีสแปรรูปชนิดแรกถูกวางจำหน่ายในปี 1915 โดยชายผู้ที่ประทับใจประวัติของชีสมากกว่าใครๆ เขาคือ เจมส์ แอล คราฟท์ อาชีพทำชีสของคราฟท์เริ่มต้นในชิคาโกในปี 1903 ในตอนแรกเขาลงทุน 65 เหรียญสหรัฐกับม้าและรถเทียมม้า จากนั้นก็เริ่มส่งชีสไปยังร้านของชำในท้องถิ่น แต่คราฟท์ไม่พอใจกับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในขณะนั้น มันไม่มีความเสถียรในแง่ของรสชาติและคุณภาพของชีสและยังมีปัญหากับอายุการเก็บที่สั้นอีกด้วย

ปี 1911 เริ่มทดลองทำชีสที่ฆ่าเชื้อด้วยความร้อนซึงสามารถขายเป็นกระป๋อง แต่ความร้อนทำให้ไขมันและโปรตีนแยกตัวกัน ในที่สุดคราฟท์ก็พบว่าการคนอย่างสม่ำเสมอและการใช้สารอิมัลซิไฟเออร์แก้ปัญหานี้ได้ ในไม่ช้าคราฟท์ก็ได้ออเดอร์ล็อตใหญ่ เขาได้ทำการเซ็นสัญญาว่าจะส่งชีสที่ไม่เน่าเสีย 6 ล้านปอนด์ให้กับกองทัพสหรัฐระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และนี่ก็คือสัญญาฉบับสำคัญที่ช่วยให้เจมส์ แอล คราฟท์พัฒนาธุรกิจของเขาขึ้นมา ธุรกิจกลายเป็นอาณาจักรอย่างรวดเร็ว ปี 1923 ทำบริษัทชีสที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากนั้นในปี 1928 คราฟท์ก็วางตลาดก้อนชีสนุ่มๆ สีทองที่มีชื่อแสนไพเราะว่าเวลวีต้า (Velveeta)

สิ่งที่เวลวีต้าไม่เหมือนกับชีสอื่นๆ ก็คือข้อเท็จจริงที่ว่า หางนมที่ถูกแยกออกไปตอนทำชีสถูกนำมาใส่กลับเข้ามาตอนแปรรูป และสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์พบนั้นทำให้ชีสมีเนื้อครีมที่แปลกใหม่และคุณค่าทางสารอาหารที่ได้เพิ่มขึ้น และไม่น่าเชื่อว่าร้อยละ 30 ของชีสที่ผลิตทั่วอเมริกานั้นคือชีสของคราฟท์ วิศวกรของคราฟท์ยังนำเทคโนโลยีหลักๆ ทั้งหมดมาใช้ในการผลิตชีสแปรรูป รวมทั้งหม้อที่กวนชีสได้อย่างต่อเนื่องก็ยังถูกใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน เท่านั้นยังไม่พอ นักวิทยาศาสตร์ของคราฟท์ยังคิดค้นการผลิตครีมชีสที่ไฮเทคจนน่าประหลาดใจ

ในยุค 1940 ออสการ์ เจ ลิ้งค์ ได้ผลิตเครื่องแยกครีมเพื่อทำครีมชีส ซึ่งทำให้เราแยกหางนมออกจากครีมชีสได้ภายใน 15 วินาที แทนที่จะเป็นชั่วโมงๆ เหมือนเมื่อก่อน เขายังคิดค้นหม้อต้มพิเศษที่ทำให้เรายืดอายุของสินค้าออกไปได้ถึง 120 วัน ครีมชีสคือชีสธรรมชาติไม่ใช่ชีสแปรรูป แต่การทำให้เนื้อครีมชีสนั้นสมบูรณ์แบบได้นั้นไม่ธรรมดาเลย และมันทำโดยไม่ใช้ครีม มันทำโดยการใช้ให้แบคทีเรียค่อยๆ จัดเรียงประจุไฟฟ้าที่มีอยู่ในนม ประจุไฟฟ้าที่มีในนมอยู่แล้วจะเป็นประจุลบเป็นส่วนใหญ่ มันจึงผลักกันเองและไม่เข้าใกล้กันและกัน นมจึงอยู่ในสภาพของเหลวไม่เป็นเจล แต่เมื่อเราใส่แบคทีเรียลงไป มันจะสร้างกรดบางอย่างและเปลี่ยนกลุ่มประจุไฟฟ้าในโปรตีนให้กลายเป็นประจุบวก ทีนี้พวกมันก็จะเริ่มดึงดูดกันและติดกัน เมื่อประจุมีความสมดุล ส่วนผสมข้นๆ จึงอยู่ในสภาพครีมโดยสมบูรณ์ไม่เหลวไม่แข็ง ณ จุดนั้นมันจะถูกให้ความร้อนอย่างรวดเร็วเพื่อฆ่าแบคทีเรียให้มันหยุดทำงานและก่อตัวเป็นครีมชีส

ในปี 1940 นอร์แมน คราฟท์ น้องชายของเจมส์ ออกแบบระบบกระบอกเย็นที่ไม่เหมือนใคร เพื่อทำผลิตภัณฑ์ที่เขาคิดเอาไว้มาหลายปี ชีสแผ่นสำเร็จรูป ชีสที่ผ่านการให้ความร้อนมาแล้วจะไหลเข้าไปในกระบอกที่ทำความเย็นขนาดใหญ่ มันจะสร้างแผ่นชีสที่เย็นตัวลงอย่างรวดเร็วและแผ่นนั้นก็จะถูกตัดออกเป็นริ้วอย่างรวดเร็ว และจะถูกตัดขวางอีกทีเพื่อให้มีขนาดเป็นสี่เหลี่ยมที่ใส่พอดีกับขนมปัง ซึ่งปกติจะผลิตออกมาเป็นปึกๆ ละ 8 แผ่น จากนั้นก็บรรจุหีบห่อ ฟังดูแล้วเหมือนมันง่าย แต่ก็ถือว่านอร์แมน คราฟท์นั้นเข้าใจคิดมากในยุคนั้น ในที่สุดเมื่อชีสแผ่นนี้ถูกวางจำหน่ายใน ปี 1950 มันเป็นสิ่งที่ฮือฮามาก จากนั้นก็กลายเป็นสินค้าสำคัญจนเป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นชีสอเมริกัน ปัจจุบันชีสแต่ละแผ่นยังคงถูกหั่นมาจากโรงงานคราฟท์ จากรายงานประจำปี ชีสของคราฟท์สามารถผลิตได้ถึง 7,200 ล้านแผ่น ปี 1952 คราฟท์วางตลาด Whiz Cheese ชีสแปรรูปความชื้นสูงชนิดทาที่สามารถทาได้เรียบเนียนมากขึ้น

เรื่องราวน่ารู้เรียบเรียงจากสารคดีคุณภาพในรูปแบบบทความ กดถูกใจแฟนเพจเพื่อติดตามและอัพเดตบทความใหม่ๆ คลิกเลย
15-09-2017 , 14:51:00
ตอบกลับ #9
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

ประวัติศาสตร์กำแพงเมืองจีน (The Great Wall of China)



ประเทศจีนที่ซึ่งประวัติศาสตร์และตำนานสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ จนบางครั้งมันเกือบเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกเรื่องจริงออกจากนิทานในดินแดนที่สสารไม่จีรัง เหมือนหมอกยามเช้าในหุบเขาลุ่มแม่น้ำเหลือง กองหินมหึมาที่เรียกว่ากำแพงเมืองจีน โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินทันทีทันใดเหมือนมังกรหลับใหล หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของยุคโบราณและโลกปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ของมันถูกห้อมล้อมด้วยเรื่องเล่าขานของเหตุการณ์นองเลือดและความบ้าคลั่ง มันถูกกล่าวว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ยาวที่สุดในโลก มังกรหินขนาดมหึมาที่ขนาดของมันไม่เพียงแต่น่าเกรงขาม แต่ยังเป็นแนวคิดของมันเอง มันเป็นการเปลี่ยนสัญลักษณ์ของความอัปยศ ความขัดแย้งของชาติ เป็นหลักการทางจิตวิทยาและวัฒนธรรมของประเทศจีนสมัยใหม่ด้วย

กำแพงเมืองจีนกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างไม่เป็นทางการของประเทศจีนในปี 1972 เมื่อประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน เดินเข้าไปในระหว่างการเยือนเพื่อเปิดสัมพันธ์ทางการฑูตกับประเทศจีน เขากล่าวว่า "ผมคิดว่าคุณต้องพูดได้ว่า มันต้องเป็นกำแพงอันยิ่งใหญ่ ถูกสร้างโดยคนของประเทศที่ยิ่งใหญ่" แต่ชาวจีนเองไม่รู้สึกภูมิใจกับมันเสมอไป มุมมองเดิมของจีนต่อกำแพงก็คือพวกเขาคิดว่า มันเป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลที่กดขี่ ความอ่อนแอทางทหารและความไร้ประโยชน์ มันเป็นสัญลักษณ์ของการทนทุกข์ของชาวจีนภายใต้การปกครองแบบกดขี่ มันเริ่มขึ้นที่บริเวณภูเขาบรรจบกับทะเล ที่ชางไห่กวนและทอดยาวผ่านภาคเหนือของจีนไปจรดขอบทะเลทรายโกบี ก่อให้เกิดระบบที่เรียกว่ากำแพงยาวซึ่งกินระยะทางหลายพันไมล์ของดินแดนจีน และความสง่างามของมันได้รับการเฉลิมฉลองอย่างกว้างขวางทั้งในนิทานและในตำนาน

ถึงกระนั้นโลกตะวันตกก็ไม่ได้รับรู้ถึงการปรากฏอยู่ของกำแพงเมืองจีนเป็นเวลากว่า 1,500 ปี ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ มันไม่ปรากฏอยู่ในภาพวาดของจีนสมัยนั้น หรือในบันทึกของมาโคโปโลตอนที่เขามาประเทศจีนในศตวรรษที่ 13 ในความเป็นจริงชาวจีนไม่ได้เรียกมันว่ากำแพงอันยิ่งใหญ่ จนกระทั่งศตวรรษที่ 20 ที่โลกตะวันตกหลงใหลมันจนตั้งชื่อนี้ให้ ในตอนต้นของศตวรรษที่ 20 เริ่มมีแนวคิดแบบตะวันตกที่สถาปนาให้กำแพงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของประเทศจีน และชาวจีนก็ยอมรับแนวคิดนี้ เพื่อให้มันกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมสมัยใหม่ของประเทศจีน

ในปี 1908 นักเขียนและนักผจญภัย วิลเลี่ยม เอดการ์ กิล (William Edgar Geil) กลายเป็นชาวอเมริกันคนแรกที่เดินทางตลอดแนวกำแพง ข้อสังเกตของเขาเป็นคำเชื้อเชิญมากกว่าคำชมเชย และคำประกาศอันน่าอับอายของเขาถูกนำมากล่าวซ้ำจนถึงปัจจุบันว่า "กำแพงเมืองจีนคือสัญลักษณ์แห่งยุคทองของจีน มันยาว 1,700 ไมล์ และเป็นสิ่งก่อสร้างฝีมือมนุษย์ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าจากดวงจันทร์" ซึ่งจริงๆแล้วเราไม่สามารถเห็นกำแพงเมืองจีนได้จากดวงจันทร์ เรื่องราวนี้ถูกแพร่ออกไปตอนที่มีการขึ้นสู่อวกาศ และมันก็เป็นที่รู้กันดีในหมู่นักบินอวกาศ ในหมู่คนที่เคยออกไปอยู่ในอวกาศว่า คุณไม่สามารถเห็นกำแพงเมืองจีนได้จากอวกาศได้ และนักบินอวกาศมักจะบอกว่า มีคนไม่น้อยที่ถามคำถามนี้ แต่เรื่องเล่าอื่นๆยังคงอยู่และแทบไม่เคยได้รับการยืนยันจากวิทยาศาสตร์

มีการคำนวณทุกชนิดในศตวรรษที่ 19 ออกมาว่า คุณเอาหินทุกก้อนจากกำแพงมาเรียงใหม่ได้รอบเส้นศูนย์สูตร หรือว่ามันมีมวลเท่ากับบ้านทุกหลังในอังกฤษและสก็อตแลนด์ และเรื่องเหล่านี้ก็อยู่มาจนถึงในศตวรรษที่ 20 ตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกำแพงเมืองจีนก็คือ มันมีกำแพงเมืองจีนจริงหรือไม่ มันเต็มไปด้วยความสงสัยว่ากำแพงเมืองจีนเคยปรากฏอยู่ในฐานะแนวป้องกันชิ้นเดียวยาวต่อเนื่องข้ามภาคเหนือของประเทศจีน มันน่าจะเป็นกำแพงไม่ต่อเนื่องหลายชุดที่สร้างในเวลาต่างๆ กัน โดยผู้คนต่างๆ กัน เพื่อจุดประสงค์ต่างๆ กัน แล้วนำมาต่อกัน ปล่อยให้ผุพัง สร้างใหม่ และขยายออกในช่วงราวๆ 2,000 ปี เมื่อคนคิดถึงกำอพงเมืองจีน พวกเขาคงจะคิดถึงสิ่งก่อสร้างใหญ่โต ยาวต่อเนื่องกันหลายพันไมล์ข้ามประเทศจีน แน่นอนว่าความจริงมันต่างจากนั้นมาก กำแพงถูกสร้างเป็นชิ้นๆ ส่วนใหญ่แล้วมันไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าซากปรักหักพังทางโบราณคดีเลย และในพื้นที่ห่างไกลของจีนส่วนใหญ่มันก็ถูกทับถมไปแล้ว

ส่วนของกำแพงที่ถูกสร้างในราชวงศ์หมิงที่ยังเหลืออยู่ ส่วนที่พวกเขาสร้างในศตวรรษที่ 16 นั้นน่าทึ่งมาก มันเป็นกำแพงอิฐตันอยู่บนภูเขาสูงชันพร้อมด้วยหอสังเกตการณ์ และมันก็ยากมากที่จะจินตนาการว่าพวกเขาสร้างมันจนเสร็จได้อย่างไร สำหรับขนาดอันใหญ่โตและมิติอันหนักแน่นของมัน กำแพงเมืองจีนยังคงมีปริศนาซ่อนอยู่ มันไม่เคยได้รับการสำรวจอย่างทั่วถึง และแม้แต่ในปัจจุบัน ไม่มีใครแน่ใจถึงความยาวและเส้นทางแท้จริงของมัน ประวัติศาสตร์กำแพงเมืองจีนที่ตกมาถึงเรา คือการผสมผสานอันแปลกประหลาดของความจริงและจินตนาการ หลักฐานอันหนักแน่นเพียงเล็กน้อยหลอมรวมกับเรื่องเล่าขานและตำนาน และมันก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกมันออกจากกัน

ไม่เคยมีอารยธรรมใดที่ดูจะนิยมการสร้างกำแพงมากกว่าชนชาติจีนอีกแล้ว การตั้งถิ่นฐานครั้งแรกสมัยยุคหินกลางหรือนีโอลีธิก (Neolethics) ส่วนสำคัญของเมืองถูกล้อมรอบด้วยคันดินถม อันที่จริงแล้วคำว่าชางที่แปลว่าเมืองในภาษาจีนยังแปลว่ากำแพงอีกด้วย กำแพงเมืองจีนคือกำแพงซ้อนกำแพง กำแพงเมืองจีนเป็นส่วนปกป้องกำแพงที่ซ้อนกันอยู่ทั้งปวง รวมถึงกำแพงของบ้านพักอาศัยด้วย กำแพงเป็นส่วนลึกล้ำทางประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมจีน พวกเขาสร้างกำแพงล้อมรอบบ้านและวัด เทพเจ้าของกำปพงและอาคารมีอำนาจเหนือขอบเขตความเป็นและความตาย คนจีนสร้างกำแพงเพื่อระบุขอบเขตของพวกตน เพื่อป้องกันผู้แปลกหน้าจากที่ห่างไกล กำแพงในบางแห่งอาจมีความสำคัญในบางพิธีกรรมด้วย ประเทศจีนสมัยก่อนเป็นอาณาจักรที่ปราศจากความสงบ การที่ชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือและอาณาจักรข้างเคียงที่ตื่นตัวทุกครั้งเมื่อมีสัญญาณของความอ่อนแอ กำแพงจึงถูกมองว่าเป็นความจำเป็นทางยุทธศาสตร์

จนสิ้นศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล บริเวณที่กลายเป็นประเทศจีนได้ก้าวเข้าสู่ยุคของความขัดแย้งระหว่างรัฐที่ยาวนานถึง 500 ปี มันประกอบด้วยรัฐที่ปกครองด้วยระบบขุนนางและรัฐเล็กๆ ที่ปกครองด้วยระบบศักดินาที่มารวมตัวกันหลายแห่งมารวมตัวกันอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซึ่งมีอำนาจทางจิตใจและพิธีกรรมมากกว่าในทางปฏิบัติ จนถึงกลางศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล เกียรติยศและพันธไมตรีที่มอบให้จักรพรรดิต้องหลีกทางให้กับความเห็นแก่ตัวและการเข่นฆ่า มันคือช่วงสงครามระหว่างแคว้นที่ชาวจีนเริ่มสร้างกำแพงขึ้นอย่างจริงจัง แคว้นฉีสร้างกำแพงขึ้นตามแนวชายแดนด้านใต้เพื่อป้องกันศัตรูจากแคว้นฉู แคว้นฉูสร้างกำแพงตามแนวชายแดนด้านเหนือเพื่อป้องกันตนเองจากแคว้นฉิน แคว้นเยนและแคว้นเฉาสร้างกำแพงเพื่อป้องกันตนเองจากพวกเร่ร่อนทางเหนือและจากกันและกัน กำแพงมีความยาวทั้งหมดประมาณ 2,800 ไมล์ กำแพงถูกสร้างขึ้นตามแนวชายแดนของแคว้นต่างๆ ที่ทำสงครามกัน

ในยุคหนึ่งมีแคว้นต่างๆ ถึง 120 แคว้น เมื่อถึงช่วงสูงสุดของสมัยสงครามระหว่างแคว้น และมีเพียง 7 แคว้นที่เหลืออยู่ มีการทำลายแคว้นเล็กๆ มากมายทั่วทั้งประเทศจีน ที่หลงเหลือมาจากสมัยสงครามระหว่างแคว้นคือ ปรัชญาชีวิตหลักของจีนที่เริ่มก่อตัวขึ้น ขณะที่มีผู้มีความรู้พยายามคิดว่า สิ่งใดผิดพลาดและจะแก้ไขมันอย่างไร ในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล ขงจื๊อเห็นถึงความจำเป็นในการเคารพกฎและความสำคัญระหว่างมนุษย์และสวรรค์อย่างเคร่งครัดและเสียใจกับการมีสงครามและกำแพง ลัทธิกลุ่มหนึ่งคือลัทธิเต๋าค้นพบคำตอบในธรรมชาติและเชื่อว่า ทุกสิ่งมีสภาพเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาพลังหยินและหยาง เพราะฉะนั้นการดิ้นรนและสงครามจึงเป็นเรื่องไร้สาระ ถ้าปรัชญาเหล่านี้กลายเป็นนโยบายระหว่างรัฐ มันคงเป็นไปได้ยากที่กำแพงจะถูกสร้างขึ้นมา

แต่แคว้นฉินใช้ระบอบการปกครองเบ็ดเสร็จด้วยกฎหมายการลงโทษและการให้รางวัล มีเรื่องเล่าที่ดีมากเกี่ยวกับคนดูแลมงกุฏและคนดูแลเสื้อคลุม ในคืนหนึ่งที่ฮ่องเต้หลับอยู่หน้าบริเวณเตาผิง คนดูแลมงกุฏจึงนำเสื้อมาคลุมให้ท่าน ฮ่องเต้ตื่นขึ้นมาถามว่า ใครห่มเสื้อคลุมให้ฉัน ผู้ดูแลมงกุฏก็ตอบว่าข้าเอง แล้วฮ่องเต้ก็สั่งให้นำตัวไปประหารทันทีเพราะนั่นไม่ใช่หน้าที่ของเขา เรื่องเหล่านี้เป็นแนวทางของกองทัพฉินในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล พวกเขาเริ่มเคลื่อนกำลังข้ามแผ่นดินจีนผนวกเอาแคว้นต่างๆ เข้าไปเหมือนหนอนไหมกัดกินใบหม่อนตามบันทึกนักประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ฮั่น 246 ปี ก่อนคริสตกาล เหตุการณ์สำคัญก็เป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องที่เกิดขึ้น เด็กชายอายุ 13 ก้าวเข้าสู่บัลลังค์ของแคว้นฉิน เขาเป็นที่รู้จักในนามของจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิคนแรกของประเทศจีน ตำนานกล่าวว่าเขาบินไปยังดวงจันทร์ด้วยพรมวิเศษในความฝัน เมื่อมองลงมาเขาเห็นอาณาจักรของเขามีภัยคุกคามจากศัตรูมากมาย เขาปลุกบรรดาที่ปรึกษาขึ้นมาแล้วบอกว่า ข้าจะสร้างกำแพงที่ยิ่งใหญ่

ในปี 1974 ชาวนาที่กำลังขุดบ่อน้ำพบหลักฐานทางโบราณคดีที่น่าทึ่ง มันคือหลุมฝังตุ๊กตากระเบื้องพลทหาร พลธนู รถม้าศึกและม้า ทั้งหมดนี้มีขนาดเท่าของจริงและแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันดูราวกับว่ามีต้นแบบมาจากของจริง ทุกวันนี้ตุ๊กตามากกว่า 6,000 ตัวถูกขุดขึ้นมา กองทัพกระเบื้องเคลือบที่ถูกออกแบบให้สู้ศึกเพื่อฮ่องเต้ในโลกหน้า หรือบางทีเพื่อคุ้มกันการหลับใหลชั่วนิรันดร์ในอาณาจักรของพระองค์ ในบริเวณใกล้เคียงเป็นหลุมฝังพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีน หรือที่ขนานนามกันว่าปฐมกษัตริย์ ตามบันทึกที่ตกทอดสู่ราชวงศ์ต่อมา การขึ้นครองราชย์ของจิ๋นซีฮ่องเต้มีที่มาค่อนข้างคลุมเครือ พระมารดาของพระองค์เป็นนางระบำสาวเสน่ห์แรงและเป็นภรรยาน้อยของพ่อค้าเร่ผู้มีเล่ห์เหลี่ยมมากพอกับความร่ำรวย ขณะที่เข้ามาค้าขายในพระราชวัง พ่อค้าขอให้เธอเต้นรำกับรัชทายาทของราชวงค์ฉิน เมื่อพระองค์ตกหลุมรักเขาก็ยกเธอให้พระองค์ โดยไม่เคยเอ่ยปากเลยว่านางกำลังตั้งครรภ์บุตรของเขาอยู่ องค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์หลังขึ้นครองราชย์ไม่นาน แล้วจากนั้นจิ๋นซีฮ่องเต้ก็สืบทอดบัลลังค์ตั้งแต่ยังเยาว์วัย

ขณะที่ฮ่องเต้น้อยเติบโตขึ้น พระองค์เริ่มแสดงอุปนิสัยแปลกๆ และเกิดอาการวิตกกังวล พระองค์สั่งเนรเทศพระมารดา และสั่งพระบิดาอดีตพ่อค้าที่ว่าราชการแทนในวัยเยาว์ของพระองค์ให้ฆ่าตัวตาย พระองค์เรียกโหร หมอผี และที่ปรึกษาเจ้าเล่ห์ ไร้ศีลธรรมหลายคนให้เข้ามารับใช้ใกล้ชิด ประมาณ 234 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์ส่งกองทัพออกไปเพื่อพิชิตแผ่นดินจีนที่บรรพบุรุษได้เริ่มไว้ เมื่อเกิดสงครามระหว่างแคว้นก็มีแคว้นอิสระแยกตัวออกมา และท้ายที่สุดก็เหลือเพียงสองแคว้น จนเมื่อ 221 ปีก่อนคริสตกาล ประเทศจีนก็รวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อแคว้นฉินทำลายแคว้นฉีจนได้ จิ๋นซีฮ่องเต้ประกาศว่าตนคือจักรพรรดิของแผ่นดินใหม่ที่พระองค์ตั้งชื่อว่าจีน ตามราชวงค์ของพระองค์ และรีบรวมอำนาจอย่างรวดเร็ว จิ๋นซีฮ่องเต้สร้างอาณาจักรขึ้น ซึ่งมันไม่เคยมีมาก่อน พระองค์สร้างระบบถนนภายในประเทศ พระองค์สร้างมาตรฐานให้กับอักษรจีน พระองค์รวมสกุลเงินจีนต่างๆเป็นหนึ่งเดียว พระองค์สร้างมาตรฐานให้อาณาจักร พระองค์ทำให้มันเป็นเอกภาพ พระองค์ยังสนใจเรื่องเวทมนต์ การเล่นแร่แปรธาตุอย่างเหลือเชื่อ และเชื่อว่าพระองค์สามารถเอาชนะความตายและเป็นอมตะได้ พระองค์อยากเป็นคนครองโลก

จิ๋นซีฮ่องเต้ตั้งมาตรฐานการชั่ง ตวง วัด ด้วยระบบที่มีพื้นฐานอยู่บนเลขหก อันเป็นเลขมหัศจรรย์ของพระองค์ พระองค์ประกาศว่าสีดำคือสีที่มีพลังลึกลับของพระองค์เป็นสีทางการสำหรับเสื้อผ้าและธงของอาณาจักรและสถาปนาตนเองขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์ และออกพระราชบัญญัติว่าราชวงศ์ฉินจะปกครองตลอดไป จากนั้นพระองค์ก็ตัดสินพระทัยสร้างกำแพง ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าความคิดของการสร้างกำแพงเมืองจีนเข้ามาอยู่ในพระทัยของจักรพรรดิเมื่อใด หรือทำไมพระองค์ตัดสินพระทัยสร้างมัน ตำนานหนึ่งเล่าว่าหนึ่งในโหรของพระองค์ทำนายว่าราชวงค์ของพระองค์จะล่มสลายด้วยฝีมือของเผ่าคนเถื่อนจากภาคเหนือ ส่วนเรื่องอื่นก็เกี่ยวกับความฝัน ลางบอกเหตุ และความตั้งพระทัยของจักรพรรดิที่จะสร้างอนุสรณ์ถึงความรุ่งเรืองของพระองค์เมื่อใดก็ตามที่มีโอกาส

จิ๋นซีฮ่องเต้แต่งตั่งให้นายพลเม้งเทียน นายทหารผู้แข็งขันและมากด้วยความสำเร็จรับผิดชอบการสร้างกำแพง เพื่อจะแบ่งแยกผู้คนที่มีอารยธรรมจากพวกคนเถื่อน และปีศาจร้ายที่อาศัยอยู่พื้นที่ว่างเปล่าทางเหนือ  กำแพงเริ่มต้นตั้งแต่ทะเลเหลืองทางตะวันออกไปจนถึงทะเลทรายโกบีทางตะวันตก มันต้องมีความสูง 24 ฟุต และมีความกว้างมากพอที่นายทหาร 8 นายจะเดินเรียงหน้ากระดานได้ กำแพงต้องสร้างตามลักษณะภูมิประเทศตราบเท่าที่เป็นได้และต้องไม่สร้างเป็นเส้นตรง เพราะเชื่อว่าปีศาจเดินทางได้เป็นเส้นตรงเท่านั้น เทคนิคการสร้างกำแพงแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละที่ และมีกำแพงของจิ๋นซีฮ่องเต้เหลืออยู่น้อยมากจนไม่สามารถบอกได้ว่ามันถูกสร้างอย่างไร กระนั้นนักวิชาการเชื่อว่ามันถูกใช้เป็นแนวไว้สำหรับสร้างเพิ่มเติมตามรากฐานของมัน

นายพลเม้งเทียนเริ่มด้วยการสร้างหอคอยก่อน โดยสร้างจากอิฐและหินโดยมีฐานเป็นเศษหิน หอคอยเหล่านี้สูงประมาณ 40 ฟุต มีฐานเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 40 ฟุต เมื่อสร้างหอคอยเสร็จแล้วมันจะถูกเชื่อมเข้าด้วยกำแพงหิน เพื่อป้องกันผู้รุกรานและปีศาจร้าย ป้อมปราการที่ใหญ่พอที่จะบรรจุทหารได้หลายร้อยนายถูกจัดวางอยู่ในระยะธนู 2 ดอก เพื่อให้สามารถคุ้มกันพื้นที่ระหว่างนี้ได้ หอคอยโผล่ออกมาจากกำแพงเหมือนป้อมปืน ดังนั้นฝ่ายป้องกันสามารถยิงใส่ผู้รุกรานได้ตลอดแนวกำแพง มีการประมาณว่าชาวแคว้นฉินภายใต้การดูแลของนายพลเม้งเทียน ก่อสร้างกำแพงใหม่หลายร้อยไมล์ส่วนที่เหลือเป็นการก่อสร้างเพิ่มจากของเดิมที่แคว้นอื่นทำไว้แล้วรวมกับของใหม่ สิ่งที่พวกเขาทำก็คือการเชื่อมกำแพงรุ่นก่อนๆที่สร้างในสมัยสงครามระหว่างแคว้น พวกเขาใช้เทคนิคการบดอัดดิน เป็นเทคนิคเดียวที่พวกเขารู้จัก ซึ่งมันไม่ได้แตกต่างจากกำแพงในยุคนีโอลีธิกส์เลย เพียงแต่มันมีขนาดที่ใหญ่กว่าเท่านั้นเอง

ในภูเขาทางทิศตะวันออก ดินแห้งถูกนำมาถมระหว่างกำแพงหินหรืออิฐจนได้ระดับที่แน่นพอเพียง จากนั้นหินหรืออิฐจะถูกนำมาเรียงทับหน้าเพื่อป้องกันฝนชะล้างและใช้เป็นถนน ห่างออกไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นหินตะกอนละเอียดที่เรียกว่าดินเหลือง คนงานจะเทดินที่ผสมกับน้ำลงในพิมพ์ไม้แล้วนำไปก่อเป็นโครงสร้างให้แข็งแรงเมื่อมันแห้งแล้ว บนพื้นที่แห้งแล้งของที่ราบฝั่งตะวันตก กำแพงถูกสร้างจากใบต้นปาล์ม ต้นกก แสม กับกรวดและโคลน ไปจนสิ้นสุดที่ริมทะเลทรายอันกว้างใหญ่ เลยไปจากนั้นเป็นดินแดนที่สิงสถิตย์ของวิญญาณร้าย นายพลเม้งเทียนสร้างกำแพงเหล่านี้เสร็จภายในเวลาน้อยกว่า 10 ปี หรือเสร็จก่อน 210 ปีก่อนคริสกาล แต่เรื่องราวที่คาดการณ์เกี่ยวกับมูลค่าของมันในแง่ความทุกข์ทรมานและชีวิตที่สูญเสีย เรื่มแพร่กระจายออกไปแล้ว

แรงงานจำนวนมากมาจากการเกณฑ์ชาวนาผสมกับนักโทษ ทหารที่ถูกจับได้ ขุนนางตกยาก นักปราชญ์ และคนอื่นๆที่ถูกเรียกว่าเป็นศัตรูของอาณาจักร เป็นที่กล่าวกันว่าทุกๆสิบคนที่ถูกเกณฑ์มา มีเพียงสามคนรอดกลับบ้าน จักรพรรดิมีคำสั่งอีกว่า ใครก็ตามที่แอบหลับจะต้องถูกฝังทั้งเป็นไว้บนกำแพงนั่นเอง ความทรงจำอันแพร่หลายของการสร้างกำแพงก็คือ ชาวนาถูกกวาดต้อนมาทำงานแล้วก็ไม่เคยกลับไปอีกเลย โดยถูกใช้งานเยี่ยงทาสจนเสียชีวิตในผืนป่าที่ห่างไกล มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก และมีเรื่องเล่าว่า ศพของชาวนาถูกโยนทิ้งลงไปในช่องว่างระหว่างกำแพง ซึ่งเป็นที่ใส่เศษหิน ความเลวร้ายนี้ถูกระบายออกมาผ่านบทกวีมากมาย ชิ้นที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือตำนานของคุณนายเม็ง หนึ่งในเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่เด็กๆเรียนในช่วงยี่สิบปีแรกของการปกครองระบบสังคมนิยม เป็นเรื่องของหญิงคนหนึ่งตามหาสามีของเธอที่ถูกจิ๋นซีฮ่องเต้ส่งไปเป็นแรงงานทาสที่กำแพงนั่น แล้วเธอก็พบว่าเขาตายแล้วและอาจจะถูกฝังอยู่ในกำแพงเหมือนกับหลายๆคน ดังนั้นกำแพงจึงถูกมองว่าเป็นผลงานของความกดขี่ของระบอบขุนนาง ซึ่งถูกสร้างโดยหยาดเหงื่อของคนธรรมดาภายใต้การทารุณของทรราชย์ ขณะที่ในตอนนี้กำแพงนั้นถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ของประเทศจีน ความยั่งยืนของอารยธรรมของมัน เป็นการแสดงพลังอำนาจ ประวัติศาสตร์

เมื่อการก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด หนึ่งในโหรของจักรพรรดิกล่าวว่า กำแพงจะไม่มีวันเสร็จ ถ้าไม่มีการฝังคนหนึ่งหมื่นคนทั้งเป็นในนั้น จักรพรรดิรู้สึกว่าพระองค์ไม่อาจเสียคนขนาดนั้นได้ จิ๋นซีฮ่องเต้แก้ปัญหาด้วยการหาชายคนหนึ่ง ซึ่งชื่อของเขามีตัวอักษรที่มีความหมายว่าหนึ่งหมื่นมาฝังไว้ในกำแพงแทน ประมาณกันว่ามีคนงานสร้างกำแพงหนึ่งล้านคนระหว่างการทำงานที่ยาวนานหลายปีในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก และไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีผู้เสียชีวิตมากมายจากภูมิอากาศ ความเหนื่อยล้า และความอดอยาก แม้กระทั่งทุกวันนี้ยังมีเรื่องเล่าที่ว่าศพของพวกเขาถูกฝังตรงที่เสียชีวิตอยู่ในสุสานยาวที่สุดในโลกตลอดกาล หลังจากรวมประเทศจีนเข้าเป็นหนึ่งเดียวไม่ทันถึงสิบปี การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีก โครงการสาธารณะเช่น คลอง ถนน และระบบเกษตรกรรม ได้รับการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ขณะนี้เมื่อมีกำแพงใหญ่ล้อมรอบ จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงประกาศว่าไม่มีใครจะเอาชนะอาณาจักรของพระองค์ได้ แต่มีสุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า สูงสุดคืนสู่สามัญ

แม้ขณะที่กำแพงอยู่ระหว่างการก่อสร้าง จิ๋นซีฮ่องเต้ยังคงถลำลึกลงไปในเรื่องไสยศาสตร์และความวิปลาส สองร้อยสิบสามปีก่อนคริสกาล พระองค์ตัดสินพระทัยว่าประวัติศาสตร์ควรเริ่มต้นที่พระองค์และสั่งให้เผาหนังสือประวัติศาสตร์ทั้งหมด ใครที่พบว่ามีหนังสือเหล่านี้อยู่ในครอบครองหลังการประกาศจะถูกส่งไปใช้แรงงานสร้างกำแพง หรือถูกฝังทั้งเป็น ประมาณการว่านักปราชญ์ 460 คนเสียชีวิต เมื่อบุตรชายองค์โตและเป็นรัชทายาทของพระจักรพรรดิคัดค้านนโยบายนี้ เขาก็ถูกเนรเทศให้ไปช่วยงานนายพลเม้งเทียนทางเหนือ ขณะที่จักรพรรดิมีพระชนม์มายุเพิ่มขึ้น ความลุ่มหลงกับความตายของพระองค์ก็เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้จะมีบันทึกว่าพระองค์เข้าเยี่ยมชมการก่อสร้างกำแพงของพระองค์เพียงครั้งเดียว และมีรายงานว่าพระองค์ออกเดินทางค้นหายาที่จะทำให้เป็นอมตะถึง 5 ครั้ง แต่พระองค์ก็สิ้นพระชนม์เมื่อมีอายุได้ 49 พรรษา ในการเดินทางครั้งหนึ่ง การสิ้นพระชนม์ของพระองค์อาจเกิดจากยาที่มีสารอันตรายอย่างตะกั่วหรือสารหนูที่พระองค์เสวยเข้าไปเพื่อเสาะหาชีวิตอมตะ

ราชวงค์ของพระองค์ล่มสลายด้วยน้ำมือของบุตรชายคนที่สองที่ชื่อ อู๋ไห่ การที่รัชทายาทอันชอบธรรมอยู่ระหว่างการถูกเนรเทศ ทำให้อู๋ไห่ขึ้นครองราชย์อาณาจักรฉิน พร้อมความเจ้าเล่ห์ โหดร้ายที่เหมือนพระบิดา แต่ขาดซึ่งความเข้มแข็งและความเป็นผู้นำแบบจิ๋นซี เขาสั่งขังที่ปรึกษาทั้งหมดของพระบิดา รวมทั้งนายพลเม้งเทียน ผู้ซึ่งฆ่าตัวตายหลังจากไตร่ตรองความโชคร้ายของตนและกล่าวว่า เขาสมควรตาย เพราะเขาละเมิดชี่ อันเป็นการไหลของพลังงานโลกด้วยการก่อสร้างกำแพงที่ละเมิดพื้นที่ภูเขา แม่น้ำ และพื้นที่ธรรมชาติอื่นๆ  อู๋ไห่ครองราชย์ได้เพียงสี่ปี ก่อนที่ฝ่ายกบฏจะล้มล้างเขา และประเทศจีนกลับเข้าสู่สงครามกลางเมืองอีกครั้ง ราชวงค์อันยิ่งใหญ่ที่หวังจะได้อยู่ตลอดกาล กลับได้อยู่เพียง 15 ปี นับเป็นการปกครองที่สั้นที่สุดที่เคยปกครองจีน

แหล่งรวมบทความจัดอันดับ สารคดีประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ บทสนทนาประเด็นข่าวร้อน เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่  http://www.anyapedia.com

เล่าเรื่องสยองขวัญ สยองกลางทุ่ง
10 โรคมฤตยูที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์
10 อันดับฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิตที่สุดในโลก
10 สุดยอดคนสมองเพชรที่ฉลาดที่สุดในโลก
เล่าเรื่องสยองขวัญ นั่งซากหวาดผวา ศพล่อเสือ
25 การทรมานสุดโหดในประวัติศาสตร์
มนุษย์กินคนในตำนาน ซอว์นี่ บีน (Sawney Bean)
25 อาหารแปลกจากทั่วโลก
10 อันดับสุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค
จัดอันดับ
เรื่องเล่าสยองขวัญ
ประวัติศาสตร์
เมนูอาหาร
สุขภาพ
15-09-2017 , 14:52:00
ตอบกลับ #10
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

5 ตำนานผีไทย
5 ตำนานผีไทย

เราเห็นเรื่องราวต่างๆมากมายในละคร ในภาพยนตร์เกี่ยวกับผี แต่ไม่เคยรู้จริงๆว่า ผีที่เราได้เห็นนั้น มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไรบ้าง ฉะนั้นเพื่อเพิ่มความกลมกล่อมเลยจัดหาตำนานผีไทยที่ทุกคนรู้จัก เรามาหลอนกันเลยดีกว่า

ผีพราย
จริงๆแล้วผีพราย คนในอดีตจะบอกว่าเป็นผีที่เป็นผู้หญิงที่ตายเพราะการคลอดลูก หรือว่าตายหลังจากคลอดลูกได้ไม่นาน บางคนก็บอกว่าผีพรายเป็นคนแก่ที่ไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะเดิน พออยู่คนเดียว ก็จะมีแรงไปหาของดิบของคาวกิน พอมีคนมาก็ไร้เรี่ยวแรงอย่างเดิม และก็มีความเชื่อกันอีกว่าผีพรายเป็นผีที่แปลงร่างเป็นสัตว์ต่างๆโดยเฉพาะเป็นนกเค้าแมว แถมว่ากันว่าถ้าบ้านไหนมีคนป่วย แล้วมีนกเค้าแมวมาเกาะบริเวณบ้าน คือผีพรายกำลังมาทำให้คนป่วยนั้นเสียชีวิตโดยเร็ว แต่ในปัจจุบันทุกคนจะรู้จักผีพราย ที่มีรูปร่างเหมือนคนอยู่ในน้ำ มีเนื้อเปื่อย ซีด ตัวเขียวคล้ำ เนื้อตัวเป็นเมือกลื่น เหม็นและเน่า ใครไปบริเวณแหล่งน้ำ ก็ระวังให้ดี หากได้กลิ่นเหม็น แล้วเห็นคนอยู่ในน้ำ นั้นแหละคุณเจอแล้ว ผีพราย!!

ผีกระสือ
หลายคนรู้จักกันดีกับผีประเภทนี้ มักจะอยู่ในร่างของผู้หญิงแก่ ความหลอนอยู่ที่จะมีแค่หัวกับตับไตไส้ เท่านั้น คนในอดีตบอกไว้ว่า กระสือมีทั้งหญิงและชาย ผีกระสือจะชอบมากเมื่อมีคนคลอดลูก ตกดึกก็จะตามหากลิ่นนั้นแล้วกินตับไตไส้พุงของคนคลอด จึงทำให้คนในอดีตต้องมีต้นที่มีหนามไว้รอบบ้าน และใต้ถุนบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้กระสือเข้ามา เพราะกะสือจะกลัวหนามไปเกี่ยวเอาไส้ของตัวไป
ว่ากันอีกว่า กระสือชอบกินของเน่าด้วยรวมถึงอุจจาระ หลังจากอิ่มเรียบร้อย ก็จะลอยไปหาผ้าที่ชาวบ้านตากไว้ แล้วเช็ดทิ้งร่องรอยคราบสกปรก บางทีก็จะหาโอ่งเก็บน้ำที่ชาวบ้านลืมปิดฝา เอาหน้าไปจุ่มแล้วทิ้งน้ำลายลงไป ใครคนไหนโชคร้ายกินน้ำที่มีน้ำลายกระสือไปก็จะกลายเป็นทายาทกระสือคนต่อไปทันที ระวังไว้นะ ใครชอบกินน้ำไม่ดูให้ดีๆ ระวังจะกลายเป็นกระสือ

ผีกระหัง
ว่ากันว่าผีกระหังมีลักษณะคล้ายผีกระสือ จะเรียกกระสือที่เป็นผู้ชายว่า กระหัง เพราะกระหังชอบกินของ คาวๆดิบๆ และพวกอุจจาระด้วย แต่รูปร่างจะไม่คล้ายกระสือตรงที่ว่า กระหังบินได้โดยใช้กระด้งติดกับแขน แล้วก็มีสากตำข้าวเป็นหาง มีกบ เขียด คางคก เป็นอาหารโปรด คนในอดีตบอกว่าคนที่เป็นกระหัง ก่อนจะเป็น จะเป็นคนที่ชอบเล่นไสยศาตร์ พวกอาคมแรงๆ แต่รับมือไม่ไหวของเข้าตัวจึงกลายเป็นกระหัง เห็นแบบนี้แล้วใครที่ชอบหากินกลางคืน กินพวกกบ พวกเขียด คุณอาจจะเป็นกระหังแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะเอออ

ผีปอบ
ทุกคนจะรู้จักในบทบาทที่ผีปอบชอบกินของสดคาว ล้วงไส้ของคนมากินสดๆบ้าง กินไก่ดิบบ้าง แต่คนในอดีตบอกว่า ผีปอบเป็นแค่ความเชื่อ เชื่อว่าคนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่เคยอิ่ม โดยเฉพาะชอบกินของดิบ บ้างก็บอกว่าเป็นพวกที่เล่นคุณไสย จนของเข้าตัว ทำให้ถูกผีสิง เรียกว่าปอบ แล้วผีจะกินตับไตไส้พุงจนตาย เรียกว่านอนไหลตาย บางตำรายังบอกอีกว่าเป็นผีที่เข้ามาสิงคนเพื่ออาศัย และแลกเปลี่ยน หมายถึงคนที่ชอบเล่นคุณไสย ให้ผีมาอาศัยร่างแล้วไปหักคอเป็ด คอไก่ แล้วกินเพื่อเซ่นไหว้ ฮืมมม ได้ยินแบบนี้แล้วก็ขนลุกเนาะ

ผีเปรต
ยกผีเปรตเป็นผีในตำนานเลย เพราะทุกคนจะได้ยินเรื่องราวมากมายของผีเปรต ซึ่งเปรตคนไทยมีความเชื่อว่า ใครที่ชอบทำร้ายพ่อแม่ ตายไปจะกลายเป็นเปรต เปรตจะหิวโหยตลอดเวลา ถ้าไม่มีใครอุทิศของให้ เปรตก็จะกินเนื้อ กินหนองของตัวเองแทน

ปากเปรตจะเท่ารูเข็ม ตัวสูงยาวเท่าต้นไม้ ผอมแห้ง มือเท่าใบตาล เปรตจะแปลว่าผู้ที่ตายไปแล้ว แล้วคนมักจะเปรียบเทียบเปรตกับคนที่ชอบขอคนอื่นกินด้วยความหิวโหย

จบไปแล้วกับ 5 ตำนานที่ชวนขนหัวลุก อาจจะไม่น่ากลัว แต่รู้ไหมว่า ตำนานพวกนี้มีแง่คิดสอนให้เราทำความดีทั้งนั้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าความจริงเป็นอย่างไร สุดท้ายนี้ ผีไทยไม่ได้มีแค่นี้ คุณอาจจะเจอผีแบบอื่นก็ได้ ตอนนี้ เวลานี้ ใครจะไปรู้ ว่าคุณกำลังอยู่กับใคร…คนนั้น!
ขอบคุณที่มาจาก picnic.ly/2017/01/thai-ghost-stories

จัดอันดับ
สยองขวัญ
ประวัติศาสตร์
เมนูอาหาร
สุขภาพ
15-09-2017 , 15:13:25
ตอบกลับ #11
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

5 อันดับผีตามความเชื่อของคนอีสาน
อันดับที่ 5 ผีฟ้า
ตามความเชื่อของชาวอีสาน ผีฟ้าก็นั้นก็คือเทวดารูปหนึ่งที่มีอำนาจทุกอย่างบนท้องฟ้า อาจจะให้ดีหรือร้ายแก่มนุษย์ก็ได้ ซึ่งหัวหน้าใหญ่ของผีฟ้าก็คือพญาแถน ผีฟ้าจะให้คุณกับบุคคลที่เชื่อและศรัทธากับผีฟ้า ซึ่งมีดังนี้ มาจากการที่ผีฟ้าเลือกเอง จากการมองเห็นนิมิตร มาจากการที่เป็นหนี้บุญคุณผีฟ้า เช่นช่วยในการทำให้หายป่วย มาจากการสืบทอดบรรพบุรุษ คือ มีการสืบทอดในตระกูล แต่หากผู้ใดที่ทำผิดครูจะถูกสาปให้กลายเป็นปอบ

อันดับที่ 4 ผีเป้า
มีลักษณะคล้ายกับผีปอบ แต่จะเป็นในผู้ชาย ผีเป้าเกิดจากการที่คนๆ นั้นเรียนวิชาอาคม แล้วไม่สามารถที่จะรักษาวิชาอาคมนั้นเอาไว้ได้ มีอีกความเชื่อหนึ่งว่าผีเป้าเกิดจากคนที่ชอบกินของสุกๆ ดิบๆ ด้วยเหตุนี้คนอีสานจึงมักสอนลูกๆ ไม่ให้กินของสุกๆ ดิบๆ เพราะจะกลายเป็นผีเป้า ผีเป้านั้นมักจะไม่สู้คน เมื่อออกหากินก็มักจะพกของมีค่าไว้เสมอ เพราะหากไปเจอคนก็จะถูกจับได้ว่าเป็นผีเป้า จึงต้องพกของมีค่าเหล่านี้เอาไว้ติดสินบนหรือเป็นค่าปิดปาก เมื่อโดนจับได้จะไม่โดนขับไล่เหมือนกับผีปอบ แต่จะโดนรังเกียจแทน เพราะผีเป้านั้นไม่ทำร้ายคน ลักษณะองผีเป้านั้นจะมีแสงอยู่ที่ปลายจมูก แต่พอเมื่อเจอคน แสงนั้นจะดับลงไปทันที ในตอนกลางวันผีเป้าจะเป็นเหมือนนปกิทั่วไป แต่พอตกกลางคืนผีเป้าที่สิงอยู่ในร่างนั้นจะมีอาการหิวขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ และจะออกไปหากบกินตามทุ่งนา แต่ถ้าหากบไม่ได้ก็จะไปจับไก่ในเล้าแทน ชาวบ้านจึงมักจะไปดักจับผีเป้าตามทุ่งนาเพื่อหวังะรับเงินสินบนนั่นเอง

อันดับที่ 3 ผีแม่ม่าย
ผีแม่ม่ายจัดอยู่ในผีประเภทบังบด หรือเป็นมนุษย์ในอีกมิติหนึ่ง เมืองที่ผีบังบดอยู่นั้นนิยมเรียกว่าเมืองลับแล ว่ากันว่าเมืองนี้มีแต่แม่ม่าย ทุกคนล้วนแล้วแต่สวยงาม ผีตนนี้จะออกเที่ยวในยามค่ำคืนเพื่อหลอกล่ชายหนุ่มให้ไปเป็นสามีทีละหนึ่งคน โดยผีแม่ม่ายจะหลอกล่อจิตวิญญาณของคนๆ นั้นขณะนอนหลับ เมื่อดวงวิญญาณติดตามผีแม่ม่ายไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ เมื่อร่างของเรานั้นไม่มีดวงวิญญาณก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ หรือพูดง่ายๆ ว่าหากดวงวิญญาณของเราถูกผีแม่ม่ายหลอกล่อไปแล้วจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกคือตายนั่นเอง หากครอบครัวใดมีผู้ชายที่ไม่อยากให้ตกเป็นเหยื่อผีแม่ม่าย ให้นำหุ่นรูปผู้ชายไว้ที่หน้าบ้าน เมื่อผีแม่ม่ายจะมาเอาไปเป็นสามี ผีแม่ม่ายจะคิดว่าหุ่นนั้นเป็นชายหนุ่ม และก็จะเอาหุ่นนั้นไปแทน ว่ากันว่าผีแม่ม่ายเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาวจึงมีความ้องการทางเพศสูงมาก หากจะให้ได้ผลดีขึ้นให้นำปลัดขิกทาสีแดงตั้งไว้คู่กับหุ่น

อันดับที่ 2 ผีจ้างหนัง
เรื่องผีจ้างหนังเป็นเรื่องเล่าที่เล่ากันว่า เรื่องเกิดเมื่อตอนปีพุทธศักราช 2532 มีคนว่าจ้างให้หนังเร่ไปฉายที่บ้านวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งอำเภอบ้านดุง ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 100 กิโลเมตร โดยค่าจ้างนั้น ที่ตกลงกันอยู่ที่ 4,000 บาท ฉายหนังสามถึงสี่เรื่อง โดยให้ฉายช่วงเวลาสามทุ่มถึงตีสี่ พอถึงตีสี่ต้องเก็บข้าวของให้หมดก่อนที่จะสว่าง ทางหนังเร่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรเพราะเป็นความต้องการของผู้ว่าจ้าง ถึงเวลาเริ่มฉายหนังตอนสามทุ่มก็มีผู้หญิงชุดขาวนั่งอยู่ข้างหนึ่ง และมีผู้ชายชุดดำนั่งอยู่อีกข้างหนึ่ง ไม่ว่าหนังฉายไปแบบไหน คนเหล้านั้นก็เพียงแต่มองดูไปเฉยๆ นิ่งๆ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เมื่อถึงตอนเวลาตีสี่ ก็มีนมาบอกหนังเร่ว่าให้รีบเก็บข้าวของแล้วให้ออกไปทันทีและห้ามหันหลังกลับมาดู ทางฝ่ายหนังเร่ก็รีบเก็บข้าวเก็บของเตรียมกลับบ้าน ในระหว่างนั้นทางฝ่ายหนังเร่ก็สงสัยกันว่า ทำไมจะต้องห้ามหันหลังกลับมาดูด้วย จึงได้ลองหันหลังกลับไป พวกผู้คนที่มาดูกันหลายคนก็ต่างหายไปหมด เหลือเพียงป่าทึบๆ ให้เห็นเท่านั้น

อันดับที่ 1 ผีปอบ
ปอบเป็นผีที่คนไทยรู้จักมากที่สุด ผีปอบนิสัยจะคล้ายๆ กับผีเป้า แต่จะนิสัยแย่กว่ามากๆ และจะสิงอยู่ในตัวผู้หญิงมากกว่า ของกินของผีปอบก็เหมือนกับผีเป้าคือของสุกๆ ดิบๆ ผีปอบจะแบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

ประเภทที่ 1 ปอบที่สืบทอดมาเป็นวงศ์ระกูล ซึ่งจะสืบทอดกันทางเลือดและน้ำลาย ชาวอีสานจะชอบเคี้ยวข้าวแล้วป้อนให้ลูกกินที่เรียกกันว่าข้าวย้ำ จึงทำให้เด็กที่กินนั้นติดเชื้อปอบไปโดยปริยาย ปอบที่ติดต่อกันทางสายเลือดนั้นะมีนิสัยดุร้ายไม่มาก หลบๆ ซ่อนๆ ไม่สุงสิงกับใคร

ประเภทที่ 2 ปอบเวทย์ ปอบประเภทนี้เกิดจากผู้ที่มีวิชาอาคมแล้วผิดคำสั่งห้ามของครูอาจารย์ ทำให้กลายเป็นปอบ โดยส่วนมากจะเกิดกับคนที่โลภมากแล้วเก็บค่าครูเกินที่กำหนด เพราะในอดีตคนโบราณะเห็นน้ำใจนั้นดีกว่าเงิน เมื่อเรียกเก็บค่าครูจะเรียกพอประมาณ ไม่ละโมบเรียกเก็บมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ปอบที่ผิดครูจะมีนิสัยดุร้ายมากและเป็นปอบที่มีคนรู้จักกันมากที่สุด

ประเภทที่ 3 ปอบเลี้ยง ปอบประเภทนี้เกิดจากวิชาอาคมของหมอผี ที่อัญเชิญผีห่า ดวงวิญญาณผีมาสิงอยู่ในกรวยดอกไม้หรือหุ่นอาคมที่ทำขึ้น เกิดเป็นปอบที่มีแต่สิ่งชั่วร้ายมารวมเป็นตัวเดียวกัน ส่วนมากปอบประเภทนี้จะถูกนำมาเลี้ยงไว้ใช้งานแต่ต้องมีของเซ่นไหว้ด้วย หากไม่ทำการเซ่นไหว้ วิชาอาคมจะเข้าแทรกซ้อนตัวจนทำให้เป็นบ้าและเสียชีวิตได้ ปอบชนิดนี้จะมีความดุร้ายมากและฉลาดอีกด้วย พวกมันจะไม่กินของสุกๆดิบๆ เหมือนปอบประเภทอื่น และจะบำเพ็ญจนวิชาอาคมแก่กล้าอีกด้วย

ประเภทที่ 4 ปอบเจ้า เป็นราชาของปอบทั้งมวล คือเป็นผีปอบที่ผ่านการขับไล่ของหมอผีมาแล้ว ปอบประเภทนี้คือปอบหนึ่งในสามประเภทข้างต้นที่ถูกทำร้ายกักขังจนเกิดการอาฆาตแค้น เมื่อถูกปลดปล่อยจะเข้าสิงสัตว์และมนุษย์และะกินทกอย่างที่ขวางหน้ารวมทั้งตับไตไส้พุง เมื่อผีปอบตัวนี้เข้าไปอยู่ที่บ้านใด บรรดาไก่เป็ดที่เลี้ยงไว้จะหมดเล้าภายในคืนเดียว เมื่อบ้านใดที่ไก่ถูกกินนหมดเล้าจะเรียกว่าห่าลง

ที่มา ยำสยอง Youtube Channel

  นั่งซากหวาดผวาศพล่อเสือ    เล่าเรื่องสยองขวัญสยองกลางทุ่ง    เล่าเรื่องสยองขวัญคุณแม่เล่าให้ฟัง 
  เล่าเรื่องสยองขวัญบ้านเก่า    เล่าเรื่องสยองขวัญ6ปีไม่เคยลืม    เล่าเรื่องสยองขวัญ แถวนี้มีเยอะ 
  เล่าเรื่องสยองขวัญทำไมไม่บวชให้    เล่าเรื่องสยองขวัญ เพื่อนเล่าให้ฟัง    ตำนานผีญี่ปุ่น คาซาเนะ 
  ตำนานผีญี่ปุ่น กาซาโดคุโร    ตำนานผีญี่ปุ่น ผีตระกูลเฮอิเคะ    มนุษย์กินคนในตำนาน ซอว์นี่ บีน 
  เล่าเรื่องสยองขวัญ แดนพิศวง    เล่าเรื่องสยองขวัญ สโมสรร้าง    เล่าเรื่องสยองขวัญ แรงงานต่างด้าว 
  เล่าเรื่องสยองขวัญลองจนเจอดี    เล่าเรื่องสยองขวัญ ร้านเหล้าผี    ตำนานผีญี่ปุ่น บ้านแห่งจาน 
  10 อันดับฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิต    เล่าเรื่องผี มาเอาแม่ผมไปทำไม    คดีฆาตกรรมในโรงนาสีแดง 

แหล่งรวมบทความจัดอันดับ สารคดีประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ บทสนทนาประเด็นข่าวร้อน เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่  http://www.anyapedia.com
20-01-2018 , 19:53:33
ตอบกลับ #12
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

อ่านการ์ตูนออนไลน์ การ์ตูนสยอง การ์ตูนไพเรท อ่านการ์ตูนหมึกจีนออนไลน์  การ์ตูน princess หมึกจีน การ์ตูนหวานแหวว การ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนโรแมนซ์สำหรับสาวๆ การ์ตูนโรแมนติกแนวชีค เจ้าชายอาหรับ การ์ตูนความรักวัยรุ่น รุ่นพี่ที่รัก ไม่ต้องดาวน์โหลด ดูแบบต่อเนื่องทีละตอน  การ์ตูนสยองสมัยก่อน ทั้งสยองและฮา  ลายเส้นสุดแนว
อ่านการ์ตูนออนไลน์


Romance เล่ม 117   
อ่านการ์ตูน

ลูซินด้า
อ่านการ์ตูน

ไฟปรารถนา               
อ่านการ์ตูน

New Romantic 9
อ่านการ์ตูน

เผลอรักหนุ่มไฮโซ
อ่านการ์ตูน

Romance เล่ม 264
อ่านการ์ตูน

Prince เล่ม 1
อ่านการ์ตูน

Shock Shock เล่ม 1
อ่านการ์ตูน

พิษรักแรงแค้น
อ่านการ์ตูน

Romance เล่ม 265
อ่านการ์ตูน

Marmalade 18
อ่านการ์ตูน

Romance เล่ม 60
อ่านการ์ตูน

Freshy เล่ม 42
อ่านการ์ตูน

Romance เล่ม 68
อ่านการ์ตูน

Cheese เล่ม 22
อ่านการ์ตูน

Venus เล่ม 17
อ่านการ์ตูน

Wow เล่ม 1
อ่านการ์ตูน

Romance เล่ม 304
อ่านการ์ตูน

บอดี้การ์ดสะท้านรัก
อ่านการ์ตูน

Princess เล่ม 58
อ่านการ์ตูน

รักพี่คนนี้ต่างหาก
อ่านการ์ตูน

Fantasia เล่ม 11
อ่านการ์ตูน

รักหนุ่มเก๋าต้องเข้าใจ
อ่านการ์ตูน

Mini Romance เล่ม 14
อ่านการ์ตูน

Freshy เล่ม 20
อ่านการ์ตูน

Taboo เล่ม 10
อ่านการ์ตูน

Princess เล่ม 57
อ่านการ์ตูน

Fantasia เล่ม 4
อ่านการ์ตูน

เจ้าชายขี้แกล้ง
อ่านการ์ตูน

Mini Romance เล่ม 17
อ่านการ์ตูน

Darling เล่ม 61
อ่านการ์ตูน

Princess เล่ม 59
อ่านการ์ตูน

Taboo เล่ม 48
อ่านการ์ตูน

Darling เล่ม 46
อ่านการ์ตูน

หลงรักหนุ่มมอเตอร์ไซค์
อ่านการ์ตูน

Princess เล่ม 1
อ่านการ์ตูน

Taboo เล่ม 53
อ่านการ์ตูน

Misao Special
อ่านการ์ตูน

รักข้ามรุ่น
อ่านการ์ตูน

ปีกรักปาฏิหาริย์
อ่านการ์ตูน

Prince เล่ม 34
อ่านการ์ตูน

พ่ายรักสาวไฮโซ
อ่านการ์ตูน

Princess เล่ม 60
อ่านการ์ตูน

Spaghetti
อ่านการ์ตูน

Special Princess
อ่านการ์ตูน

คุณหมอป่วนรัก
อ่านการ์ตูน

มนต์เสน่ห์รักต้องห้าม
อ่านการ์ตูน

รักร้ายนายแบมบี้
อ่านการ์ตูน

Romance เล่ม 328
อ่านการ์ตูน

Six Sense เล่ม 2
อ่านการ์ตูน

Princess เล่ม 4
อ่านการ์ตูน

Sweet Romance 11
อ่านการ์ตูน

Venus เล่ม 22
อ่านการ์ตูน

มารร้ายกระหายรัก
อ่านการ์ตูน

Custard
อ่านการ์ตูน

Romance เล่ม 327
อ่านการ์ตูน

Hot Love เล่ม 1
อ่านการ์ตูน

Princess เล่ม 61
อ่านการ์ตูน

Venus เล่ม 27
อ่านการ์ตูน

มาดรักมาดร้าย
อ่านการ์ตูน

หากถูกใจกดไลค์เพจอ่านการ์ตูนฟรีที่นี่ เพจอ่านการ์ตูนฟรี
http://www.mangahorror.com
20-01-2018 , 19:53:52
ตอบกลับ #13
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

10 สุดยอดการ์ตูนโรแมนติก
การ์ตูนโรแมนติกอยู่ประเภทที่ทุกคนสามารถเพลิดเพลิน หลังจากที่ทุก เราได้พบรักในบางจุดในชีวิตของเราขวา เหมือนพูดไป "ความรักที่ทำงานในวิธีที่ลึกลับ" เรามักจะไม่คาดคิดเมื่อรักจะมาเคาะประตูของเรา หรือที่ที่เราจะตกสำหรับ ที่นี่ที่อะนิเมะของน้ำผึ้ง เราต้องเข้าร่วมกับเราเป็นเรารายการการ์ตูนโรแมนติกด้านบน 10 ที่จะอบอุ่นยามเช้าเย็นของฤดูหนาวกำลังมาถึงนี้ ช่วงรายการจากชื่ออบอุ่นหัวใจกับความสะเทือนใจคนเพื่อใช้เลือกตามความชอบ แต่ทั้งหมดในทุก การ์ตูนแสดงคุ้มค่าอ่าน อ่าน และสนุก

10. Inari, Konkon, Koi Iroha (Inari Konkon)
ฟูชิมิ อินาริ เป็นสาวจอมซุ่มซ่ามที่เป็นอย่างมากในความรักกับเพื่อนของเธอ tanbabashi โคจิ แต่ในวันหนึ่ง เธอบังเอิญ demeans เขา ขอบคุณนะริอาจมีโอกาสที่จะไถ่ถอนตัวเองเมื่อ uka ไม่ mitama ไม่แสดงขึ้นเพื่อให้เราเพียงต้องการขอบคุณนะริช่วยเทพธิดาคุ้นเคยสุนัขจิ้งจอก นาริมาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเธอ sumizome และมันทันทีได้ ปัญหาคือ เมื่อนาริกลับไปเทพธิดาให้พาเธอกลับไปที่รูปแบบเดิมของเธอ เธอบอกว่าเธอไม่สามารถทำโดย uka อื่นปรารถนา อินาริ เป็นงั้นก็ไม่ยุติธรรมกับมนุษย์ทุกคน uka แล้วตัดสินใจให้ครึ่งหนึ่งของพลังของเธอนะริช่วยเธออีกครั้ง

นาริ konkon , ก้อย , คริสเตียน เป็นการ์ตูนรักที่ยอดเยี่ยมที่คุณจะเพลิดเพลินไปกับการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นประเภทที่เหนือธรรมชาติ ชุดไม่เพียงอวดหนึ่งคู่ เรายังได้เห็นชีวิตรัก uka ด้วย สำหรับครึ่งแรกของชุด ผู้อ่านจะได้เห็นมิตรภาพที่น่ารักระหว่างนาริ uka และและวิธีการพัฒนา ตัวละครทั้งสองน่ารักและวิธีที่พวกเขาช่วยและสนับสนุนแต่ละอื่น ๆเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ดีที่สุดของชุดนี้ หนึ่งในการ์ตูนที่ผู้อ่านจะพบกับความโรแมนติกด้านมัน นาริ และ uka เส้นทางเริ่มที่จะแตกต่างที่พวกเขารับมือกับความรู้สึกของตัวเองกับคนที่เขารัก มิตรภาพของพวกเขาถูกทดสอบ และกลายเป็นที่แข็งแกร่งขึ้นหลังจากปัญหาจะได้รับการแก้ไข

ชุดโดยรวมเป็นเพียงตลกและน่ารัก มันเกี่ยวข้องกับมิตรภาพ ครอบครัว และความรัก มังงะ คือสดชื่นมากที่จะอ่านและการเว้นระยะของมันเป็นเพียงขวา ถ้าคุณต้องการที่จะจำความรู้สึกของการมีความรักอีกครั้ง จากนั้นไปข้างหน้าและอ่านการ์ตูนโรแมนติกมังงะเรื่องนี้ เหมือนจะให้มันกับคุณ

9. GE: Good Ending
GE: สิ้นสุดที่ดีหมุนรอบ Utsumi เซอิจิขณะที่เขาพยายามจะสารภาพกับ Iketani Shou ด้วยความช่วยเหลือของโรคายูกิ GE: สิ้นสุดที่ดีไม่ได้เป็นเพียงเฉลี่ยมังงะโรแมนติกของคุณ Ecchi แม้จะมีหลักฐานที่เรียบง่ายมาก สิ่งที่ทำให้ความเงางามมังงะนี้ท่ามกลางคนอื่น ๆ คือความสมจริงที่อยู่เบื้องหลังการเกิดปฏิกิริยาของตัวละครแต่ละคนที่มีต่อสถานการณ์บางอย่างเป็นที่น่าอัศจรรย์ คุณจะรักพวกเขาหรือเกลียดชังพวกเขาในบางครั้ง แต่ผู้อ่านจะได้อย่างที่เห็นว่าตัวละครแต่ละตัวช้าเปลี่ยนแปลงที่พวกเขายังคงเติบโตจากตัวเดิมของตน พวกเขารู้สึกจริงและ relatable จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมังงะเป็นเช่นนี้เลือกที่ดี นั่นเป็นเหตุผลที่คุณไม่ควรได้รับกำลังใจกับตัวเอกของเราเซจิในช่วงครึ่งแรกของซีรีส์

เซอิจิไม่เริ่มออกง่อย แต่มีการเผชิญหน้าพิเศษของเขากับยูกิเขาเปลี่ยนเป็นหนึ่งในตัวละครเอกที่ดีที่สุดชายในมังงะโรแมนติก ใบหน้าเขาไม่มั่นคงของเขาทีละน้อยและเริ่มที่จะเปิดขึ้นเพื่อให้คนอื่น ๆ เขาก็จะกลายเป็นล่วงหน้ามากขึ้นด้วยความรู้สึกของเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับยูกิและยำเกรง ความรักเป็นสิ่งที่ซับซ้อนและคุณเดิมพัน GE: จบที่ดีจะแสดงให้คุณเห็นว่าทำไม ชอกช้ำอดีตรักสามเส้า, ป๊แบ่งความรักตอบแทนและความเข้าใจผิดนี้เป็นเพียงบางส่วนของสิ่งที่คุณสามารถคาดหวังในชุดนี้ มังงะที่ยังไม่ได้มีช่วงเวลาที่ตลกบางส่วน แต่ยังให้แน่ใจว่าจะคาดหวังมากจากความทุกข์ไปพร้อมกันเป็นชุดไปเรื่อย

8. Koukou Debut (High School Debut)
นางาชิมะฮารุนะเป็นที่สุดในโรงเรียนมัธยม และพร้อมที่จะสำรวจ และสัมผัสประสบการณ์ความรัก เศร้า ระหว่างปีโรงเรียนของเธอ เธอทุ่มเทตัวเองเพื่อการกีฬา และไม่มีความรู้ในการดึงดูดเพศตรงข้าม โชคดี เธอได้พบกับคุณ Komiyama ที่รู้เทรนด์ล่าสุดที่เกิดขึ้น ฮารุนะขอให้คุณช่วยเธอพร้อมขึ้นเขียงของเธอ แต่คุณมีเงื่อนไขที่ฮารุนะต้องให้เกียรติทั้งหมดต้นทุน: ไม่เธอต้องตกอยู่ในความรักกับเขา สภาพที่ง่าย ฮารุนะก็หาความรัก

จากช่วงเวลาที่คุณบอกว่า ฮารุนะไม่ตกเขาไป เราสามารถย่อมคาดหวังว่า เธอจะตกหลุมรักกับเขา ขวา หลังจากที่ทุก เคมีระหว่างพวกเขาเป็นเลิศ สำหรับไดรฟ์ข้อมูลที่สองครั้งแรกของการ์ตูน ผู้อ่านได้เห็นวิธีคุณและของฮารุนะบุปผาความสัมพันธ์เป็นความรัก อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น มันเริ่มต้นขึ้นเน้นวิธีการที่จะรักษาความสัมพันธ์ของคู่ นอกจากนี้เรามักจะไม่เห็นการ์ตูนนี้ที่บอกเล่าเรื่องราวหลังจาก "สิ้นสุดความสุข"

ตั้งแต่คบหา ประสบการณ์ใหม่กับพวกเขา คุณและฮารุนะเผชิญปัญหาที่คุณคาดหวังกับคู่การเฉลี่ยปกติ เป็นการระบุว่าในบางความสัมพันธ์ มีบางความเข้าใจผิดระหว่างคู่ แต่กับคุณและฮารุนะ น้อยพยายามพูดคุยออก และแก้ปัญหาสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญร่วมกัน เสมอพวกเขาคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ดีสุดสำหรับพวกเขาค และให้มากสุดทุกอย่างกับแต่ละอื่น ๆ พวกเขาทั้งผู้ใหญ่ และเติบโตในกระบวนการ และไม่มีใครสามารถปฏิเสธความรักระหว่าง Yoh และฮารุนะว่าจริง และจริงใจมาก เปิดตัว Koukou เป็น romcom ดีที่คุณจะชอบมาก มันไม่ได้มีการปรับตัวการ์ตูน แต่ก็มีการปรับตัวดำเนินชีวิตที่ถูกนำออกใช้ในเดือน 2011 เมษายน

7. Beauty Pop
Koshiba คีรีเป็นช่างทำผมเก่งมากที่โพสช่วยคนอื่น ๆ เพื่อให้ได้สวย แต่เนื่องจากมีบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ที่เธอตัดสินใจไม่เข้าทำให้อาชีพของเธอในอนาคต ในขณะเดียวกัน โครงการกรรไกรคือ กลุ่มของเด็กชายรู้จัก 3 เพื่อให้โฉมที่ยอดเยี่ยมกับคนที่เลือกเป็นพิเศษ คีรีไม่รู้ปะทะกันกับโครงการกรรไกร และถูกลากลงในกลุ่ม

Pop ความงามเป็นอีก romcom ที่ยิ่งใหญ่ที่เสน่ห์ของผู้อ่าน ด้วยความตัวอักษรที่น่าสนใจ แม้ว่าความงามปรากฏเป็นการ์ตูนโรแมนติก มันไม่ทั้งหมดเน้นที่เป็นมันแก้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละอักขระฝัน แรงบันดาลใจ และการเจริญเติบโต คีรีและโกะอยู่สองคนมีความสามารถที่แบ่งปันความรักทำให้คนอื่นสวย เพ่ สองคนเหล่านี้ความคมชัดในต่อไปได้ พวกเขาเริ่มต้นเป็น คู่แข่ง และค่อย ๆ กลายเป็นสนิทเป็นเพื่อนที่แล้ว พัฒนาเป็นความรัก

ความงามของการ์ตูนที่เป็นว่า แม้จะมีบุคลิกที่แตกต่างและประสบ คีรีและโกะเติบโตเพื่อยอมรับกันตามธรรมชาติ และสนับสนุนอีกคนหนึ่งที่เปิดทุกทาง บุคคลทั้งสองได้กลายเป็น แรงบันดาลใจของกัน และโผล่ออกมาแข็งแรง และดีกว่าเดิม

6. Kimi wa Pet (Tramps Like Us)
Kimi wa Pet บอกเล่าเรื่องราวของซุมิเระ Iwaya เธอใช้ในคนอายุน้อยเป็นสัตว์เลี้ยงของเธอ Kimi wa Pet เป็นการ์ตูนที่สัมผัสจังหวะของความรักและความสัมพันธ์ มันยังพิสูจน์ให้เราว่า บางครั้ง เราเพียงแค่ช่วยไม่ ได้ตกหลุมรักกับคนที่ไม่เป็นอุดมคติของเรา

ชุดเริ่มออกช้ามากตอนแรก สร้างความสัมพันธ์ที่หวานระหว่างซุมิเระและทาเคชิ (Momo) ปฏิสัมพันธ์ของพวกเขาจะยังดูเป็นช่วงจากคนตลกโรแมนติกจริง ๆ คน การ์ตูนเป็นแบบยาวกับ 82 บท แต่กับละครอยู่ในทั้งในชุด มีช่วงเวลาไม่น่าเบื่อในนั้น แล้วมันก็จะให้ความสนใจของคุณ Kimi wa Pet มีการปรับตัวดำเนินชีวิตนำแสดงโดย Koyuki เป็นซุมิเระและ Jun Matsumoto เป็นทาเคชิ

5. Seven Days
มันเป็นที่รู้จักกันทั่วโรงเรียนว่าในวันจันทร์, คนแรกที่จะข่มขวัญ Seryou Touji จะเป็นวันของเขาสำหรับทั้งสัปดาห์ แม้ว่าหลังจากสัปดาห์เขาจะเลิกกับคนและพูดว่า“ฉันขอโทษฉันไม่สามารถตกหลุมรักกับคุณ ขอเลิก”; แต่ถึงแม้จะรู้ว่านี้หลายคนยังคงพยายามที่จะออกไปกับ Seryou ขณะที่เขาเป็นแฟนที่เชื่อถือได้เมื่อเขาจะถูกลงวันที่ ยูซูรุใครจะรู้ว่าข่าวลือนี้ตลกข่มขวัญ Seryou ในบางวันจันทร์และจะช็อตของเขาใช้เวลา Seryou ตลกอย่างจริงจัง

ถ้าคุณต้องการบางมังงะหัวใจอบอุ่นที่คุณจะต้องการที่จะอ่านอีกครั้งและอีกครั้งจากนั้นเจ็ดวันเป็นหนึ่งที่เหมาะสมสำหรับคุณ บางคนอาจจะอายห่างจาก Seven Days เพราะแท็ก Shounen อ้าย แต่มังงะนี้เป็นสิ่งที่ดีอย่างแท้จริงที่จิตรสิ่งที่จริงเป็นความรักที่บริสุทธิ์ หลายคนอาจจะคิดว่าเจ็ดวันสั้นเกินไปที่จะตกอยู่ในความรัก แต่สำหรับ Seryou และยูซูรุที่ค่อนข้างเพียงพอ

แม้จะมีทั้งสองตัวละครหลักของเราตกอยู่ในความรักในระยะเวลาสั้น ๆ เรื่องโดยรวมไม่รู้สึกรีบไม่เป็นมันช้า Seryou และยูซูรุพัฒนาความสัมพันธ์ของสวยงาม วันสำหรับพวกเขาแต่ละคนเป็นสิ่งสำคัญที่เหล่านี้เป็นช่วงเวลาเมื่อพวกเขาได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละอื่น ๆ มังงะที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาที่น่ารักและหวานอมขมกลืนซึ่งเป็นไฮไลต์ต่อไปโดย Takarai ศิลปะเรียบร้อยและอ่อนโยน Seven Days แน่นอนต้องอ่านว่าจะไม่ผิดหวัง!

4. Dengeki Daisy
หลังจากการตายของพี่ชายของ kurebayashi เทรุ เทรุเป็นเพียงแหล่งที่มาของความสะดวกสบายและการสนับสนุนโทรศัพท์ที่พี่ชายของเธอจากไป กับโทรศัพท์มือถือที่เธอสามารถติดต่อ " เดซี่ " จึงไม่เคยมีเวลา โดดเดี่ยว เทรุ ในโรงเรียนของเธอ เธอทำงานเป็นภารโรงที่ชื่อ คุโรซากิ ทาสุคุ หยาบคาย โรงเรียนที่ชอบแกล้งและล้อเลียนเธอ เธอผ่านแต่ละวันอย่างสงบโดยไม่รู้ตัวว่า " เดซี่ " จะอยู่ข้างๆเธอ

โมโตมิ เคียว เกะเป็นที่รู้จักสำหรับการเขียนเรื่องราวตลกที่มีพล็อตที่น่าสนใจและนำหญิงแข็งแรง แน่นอน ตอนนี้ เดซี่ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น และความสัมพันธ์ของเทรุคุโรซากิจริงๆตลกที่จะมอง พวกเขามักจะขัดแย้งและหยอกล้อกัน แต่ยังคงสนิทกันมากกระนั้น ทั้งๆที่ตอนนี้เดซี่มากตลกด้าน มันไม่เคยล้มเหลวที่จะให้ผู้อ่านบางช่วงเวลาที่ร้ายแรง

ทั้งมังงะ ทั้งอดีต และ คุโรซากิ เทรุมักจะสำรวจ กับแต่ละบทใหม่ เราจะได้รู้ว่าใคร " เดซี่ " จริงๆ คือ อะไร และจุดประสงค์ของเขา เช่นเดียวกับ ทำไมพี่เทรุก็มีเช่นผลกระทบอย่างมากในชีวิตของผู้คนที่ห้อมล้อมเทรุ แต่ละเปิดเผยและนำเทรุ คุโรซากิ ใกล้ชิดกัน และระยะห่างระหว่างพวกเขาลด ผู้อ่านไม่สามารถช่วย แต่จะละลายและหน้าแดงเพราะความตึงเครียดโรแมนติกระหว่างพวกเขา ให้ตอนนี้เดซี่อ่านและดูถ้าเทรุจัดการให้คุโรซากิไปหัวล้าน

3. Horimiya
Hori และ Miyamura มีอีกด้านหนึ่งให้พวกเขาว่าพวกเขาเก็บซ่อนไว้ คนส่วนใหญ่ดู Hori เป็นสาวที่นิยมโดยเฉลี่ยในโรงเรียนขณะที่คนอื่นเห็น Miyamura เป็นบางคนที่แต่งตัวประหลาดโอตาคุที่เงียบสงบที่เป็นสิ่งที่ดีที่จะศึกษา ในความเป็นจริง Hori เป็นประเภทของคนที่กลับบ้านทันทีในการดูแลของพี่ชายของเธอและทำงานบ้านในขณะที่ Miyamura เป็นเพียงคนธรรมดาที่มีจำนวนมากของการเจาะและไม่ดีในเชิงวิชาการ เนื่องจากความคล้ายคลึงกันของพวกเขาทั้งสองกลายเป็นเพื่อนกันและขึ้นอยู่กับอีกคนหนึ่ง

อ่าน Horimiya เป็นเหมือนความทรงจำวันเก่าสมัยเรียนมัธยมที่ดีของคุณ Horimiya โดยทั่วไปจะบอกความสัมพันธ์ที่น่ารักของ Hori และ Miyamura พร้อมกับเพื่อนและครอบครัวของพวกเขาที่ล้อมรอบ สำหรับสองสามบทแรกของมังงะและ Hori Miyamura โดยไม่คาดคิดในรูปแบบมิตรภาพเมื่อทั้งสองตระหนักว่าพวกเขามีความคล้ายคลึงอย่างใด ในฐานะที่เป็นซีรีส์อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยพวกเขาเริ่มที่จะชอบแต่ละอื่น ๆ และรูปแบบความสัมพันธ์หวาน

ชีวิตประจำวันของ Hori และ Miyamura คือความสนุกมากที่จะอ่านเพราะการเชื่อมต่อของพวกเขาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและปุย ทุกครั้งที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันผู้อ่านไม่สามารถช่วย แต่รู้สึกผีเสื้อในกระเพาะอาหารของพวกเขา Horimiya คือความสนุกในการอ่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณมีความอยากบางมังงะโรแมนติกดี ความรู้สึกที่เบาของซีรีส์อย่างแม่นยำจะชำระจิตวิญญาณของคุณหลังจากวันที่วุ่นวาย

2. Cat Street
อาโอยาม่า Keito ถูกนักแสดงหญิงชื่อดังที่ออกจากหลังจากเหตุการณ์การบาดแผลจากอดีตของเธอ ปัจจุบันเธอล็อค ตัวเองออกจากสังคม และไม่มีแผนสำหรับอนาคต แต่โชคชะตามีแผนอื่น ๆ สำหรับเธอเมื่อเธอถูกนำมา El ลิสตัน - โรงเรียนที่รับคนไปไหน Keito ไปโรงเรียน และเรียนรู้มิตรภาพ self-worth และความรักที่แท้จริง

แคทสตรีทเป็นนั่งรถไฟเหาะหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาด นอกจากรูปแบบศิลปะที่ดีและปฏิบัติที่เหมาะสมของจุด จุดเด่นของการ์ตูนที่มีตัวอักษร ผู้อ่านสามารถเอาใจใส่กับบางส่วนของตัวละครทันทีเป็นส่วนใหญ่ของปัญหาการแก้ไข โดยการ์ตูนนี้ยังสามารถพบได้ในชีวิตจริง เช่นเดียวกับบางส่วนของเราเลือกที่นี่ แมวถนนไม่เต็มเน้นด้านความโรแมนติกของมัน การ์ตูนเป็นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเจริญเติบโตโดยทั่วไป ส่วนรักของการ์ตูนนี้เป็นเหมือนไอซิ่งด้านบน แต่ยังคง Kamio อาจารย์ทำงานยอดเยี่ยมของการเขียนการ์ตูนที่มีทั้งโรแมนติก และสร้างแรงบันดาลใจในเวลาเดียวกัน แคทสตรีทเป็นการ์ตูนโรแมนติกที่ไม่ลืมแน่นอนเมื่อคุณได้อ่าน

1. Watashitachi no Shiawase na Jikan
วะตะชิตะจิไม่ shiwase na jikan แต่เดิมเป็นนวนิยายที่เขียนโดย กอง จี ยอง มันหมุนรอบ จูริและ Yuu ที่ทั้งอยากฆ่าตัวเอง จูริ มุโต เกิดจากนักเปียโนที่มีชื่อเสียงที่จะหยุดเล่นหลังจากเธอเกิด เหตุการณ์จากอดีตยังตามหลอกหลอนเธอในวันนี้ จึงทำให้เธออยากจะจบชีวิตเธอ ในทํานองเดียวกัน ยูพยายามฆ่าตัวตาย หลังถูกจับข้อหาฆ่าผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ยู ปัจจุบันเป็นนักโทษในแดนประหาร . เส้นทางข้ามด้วยความช่วยเหลือของจูริป้าโมนิก้า

วะตะชิตะจิไม่ shiwase na Jikan เป็นตรงความหมายของปรากฏการณ์ เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนที่พบสองโชคร้ายปลอบใจในแต่ละอื่น ๆ ของตน จูริ และยู เรื่องราวไม่เพียงหมุนรอบพวกเขาตกอยู่ในเรื่องราวความรักของพวกเขาจะเน้นมากขึ้นในวิธีที่พวกเขายอมรับอดีตของตนอย่างเต็มที่และใบหน้าในอนาคตของพวกเขา โดยการใช้เวลาด้วยกัน พวกเขาค่อยๆ รู้ว่าพวกเขามีความคล้ายคลึงกัน และตระหนักว่าพวกเขาจะไม่ได้คนเดียว หากมีคำหนึ่งที่ดีที่สุดอธิบายเรื่องราวของพวกเขาก็จะ " บีบหัวใจ "

ที่สุดของงานของ yumeka sumomo เป็นที่น่าอัศจรรย์และงดงามเพราะตุ๊กตุ่นลึกและสัมผัสเธอ สำหรับการ์ตูนโรแมนติกเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะทำศิลปะ ทุกอารมณ์และบรรยากาศจากนวนิยายต้นฉบับอย่างสมบูรณ์โดยจับเธอ การ์ตูนสั้นเพียง 8 บท ในทั้งหมด แต่การไหลของเรื่องและตัวละครเป็นอย่างดีเนื้อออกมา ดังนั้นเธออย่าโทษเรากับน้ำตาของคุณ เราต้องการที่จะให้คำเตือนเล็กๆ การ์ตูนเล่มนี้ จะทำให้คุณร้องไห้อย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าเตรียมทิชชู่


เคานท์หนุ่มในฝัน
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Cheese เล่ม 4
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Darling เล่ม 24
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Hello เล่ม 37
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Hello เล่ม 42
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Honda ฮอนดะ
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Lady เล่ม 41
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Lady เล่ม 53
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Lady เล่ม 56
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

Love Diary เล่ม 5
สั่งซื้อการ์ตูนออนไลน์ที่นี่

20-01-2018 , 19:54:08
ตอบกลับ #14
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
    • ดูรายละเอียด

20 อันดับการ์ตูนที่ดีที่สุดตลอดกาลใน Shonen Jump ของนักอ่านชาวญี่ปุ่น
ทางนิตยสาร Da Vinci ได้ทำการรวบรวมสถิติการ์ตูนที่ดีที่สุดตลอดกาลของนักอ่านชาวญี่ปุ่น ทุกเพศ ทุกวัย เพื่อจัดอันดับการ์ตูนขวัญใจที่ดีที่สุดตลอดกาลของนิตยสาร Shonen Jump จะมีเรื่องอะไรบ้าง ลองไปดูกันดีกว่า

20  การ์ตูน To LOVE Ru  (Kentaro Yabuki: Author, Saki Hasemi: Original)
19  การ์ตูน City Hunter (Tsukasa Hojo)
18  การ์ตูน Haikyu  (Haruichi Furudate)
17  การ์ตูน Katekyo Hitman REBORN!  (Amano Akira)
16  การ์ตูน BLEACH  (Kubo Taito)
15  การ์ตูน DEATH NOTE  (Takeshi Obata: Author, Tsugumi Ohba: Original)
14  การ์ตูน Hikaru no Go  (Ken Obata)
13  การ์ตูน Rurouni Kenshin  (Nobuhiro Watsuki)
12  การ์ตูน Kuroko's Basketball  (Tadatoshi Fujimaki)
11  การ์ตูน HUNTER ? HUNTER  (Yoshihiro Togashi)

อันดับที่ 10 : การ์ตูน Saint Seiya โดย อ.คุรุมาดะ มาซามิ



อันดับที่ 9 : การ์ตูน Naruto โดย อ.คิชิโมโตะ มาซาชิ



อันดับที่ 8 : การ์ตูน Hokuto no Ken โดย อ.บุรอนสัน และ อ.ฮาระ เทะสึโอะ



อันดับที่ 7 : การ์ตูน Kochira Katsushika-ku Kameari Kouen Mae Hashutsujo (KochiKame) โดย อ.อากิโมโตะ โอซามุ



อันดับที่ 6 : การ์ตูน Captain Tsubasa โดย อ.ทาคาฮาชิ โยอิจิ



อันดับที่ 5 : การ์ตูน Jojo no Kimyou na Bouken โดย อ.อารากิ ฮิโรฮิโกะ



อันดับที่ 4 : การ์ตูน Slam Dunk โดย อ.อิโนะอุเอะ ทาเคฮิโกะ



อันดับที่ 3 : การ์ตูน Gintama โดย อ.โซราชิ ฮิเดอากิ



อันดับที่ 2 : การ์ตูน One Piece โดย อ.โอดะ เอย์อิชิโระ



อันดับที่ 1 การ์ตูน ขวัญใจของนักอ่านชาวญี่ปุ่นตลอดกาลก็คือ : Dragonball โดย อ.โทริยาม่า อากิระ



source https://pantip.com/topic/32855036

ขายการ์ตูนออนไลน์