ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิคเลือกโปรแกรมบัญชีออนไลน์ จำเป็นต้องพิจารณาถึงประเด็นใดบ้าง  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

20-01-2019 , 02:40:37
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 19
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ปัจจุบันนี้ ธุรกิจขนาดย่อม หลายกิจการต่างสรรหาแนวทางที่จะสร้างศักยภาพในธุรกิจและลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้ พอให้สามารถแข่งขันและรอดชีวิตในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นในเวลานี้ การเปลี่ยนมาใช้ ซอฟแวร์โปรแกรมบัญชีอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยประหยัดต้นทุน แต่กระนั้น software มีมากมายหลายตัวแทน จะซื้อเจ้าไหนจึงจะคุ้มค่ากับเงินลงทุนที่จ่ายไป เราจึงอยากขอแนะนำข้อควรตรวจสอบเพื่อเป็นวิธีให้ท่านเลือกโปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับร้านค้าของคุณ ดังต่อไปนี้ครับ

1.ประเภทอุตสาหกรรม
กิจการของคุณอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านค้าขายปลีก กลุ่มผู้ผลิต หรือกิจการให้บริการ ซึ่งแต่ละประเภทอุตสาหกรรม ก็มีรายละเอียดการบันทึกบัญชีที่ไม่เหมือนกัน ขณะเดียวกันนักพัฒนาซอฟแวร์จะดีไซน์โปรแกรมบัญชีให้ลงตัวกับแต่ละประเภทธุรกิจ อย่างไรก็ดี โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานกับกลุ่มธุรกิจหลายๆ ชนิดเช่นเดียวกัน แต่ถ้าคุณอยากได้โปรแกรมบัญชีที่มีรูปแบบการใช้งานลงตัวกับบริษัทท่าน หรือมีส่วนเบ็ดเตล็ดพิเศษสำหรับกลุ่มธุรกิจบางประเภท เช่น กิจการปลูกสร้าง โรงงานผลิต และศูนย์กระจายสินค้า ควรจ้างเขียนออกแบบโปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับบริษัทคุณจะดีกว่า
2.ขนาด ธุรกิจ
รายละเอียดของการทำบัญชีจะมีความซับซ้อนมากน้อยขึ้นตามขนาดของ บริษัท ท่านเลือกใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่ทำงานได้อย่างดีกับ บริษัทที่มียอดจำหน่าย เฉลี่ย ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าบริษัทของคุณมีขนาดใหญ่กว่านี้และมีความซับซ้อน โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถรองรับดาต้าขนาดใหญ่ได้ เพราะฉะนั้นควร ตัดสินใจเลือกให้เข้ากับขนาด และสามารถที่จะอัพเกรดวางแผนเผื่ออนาคตไว้ด้วย
3.ความต้องการในการใช้งาน
ก่อนการ เลือกซื้อซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรถามว่ามีฟังก์ชั่นหรือโมดูลอะไรที่บริษัทท่านต้องการ ควรลิสความต้องการ คุณสมบัติ หรือรูปแบบการใช้งานออกมาเป็นหัวข้อเสียก่อน บางธุรกิจอาจจะอยากได้การเข้าถึงที่ไม่ยาก หน้าต่างโปรแกรมไม่ซับซ้อน ขณะที่ร้านค้าอื่นอาจจะต้องการอินเตอร์เฟสในการจ่ายเงินผ่านเว็บไซต์ หรือการใช้เครดิตการ์ด หรือการจัดการสินค้าคงคลัง หรือสร้างดัดแปลงใบ invoice เองได้ ดั้งนั้นควร เลือกซื้อโปรแกรมบัญชีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้ และเหมาะสมกับกิจการคุณ อย่าเสียเงินให้กับออฟชั่นที่ไม่ได้ใช้งาน
4.การดูแลและให้คำปรึกษา
เวลาที่ท่านมีปัญหาใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัทตัวแทนสามารถให้บริการให้คำปรึกษา แก้ไขได้ได้ดีเพียงใด ติดต่อสื่อสารได้ง่ายสะดวก น่าเชื่อถือหรือไม่ มีศูนย์ดูแลในพื้นที่หรือไม่ และที่สำคัญบริษัทเหล่านั้น มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที บัญชี คอยให้ข้อเสนอแนะคุณหรือไม่ โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถ ค้นหา จาก internet หรือสอบถามกิจการที่อยู่อยู่ใกล้ๆ กันดูได้
5.งบในการซื้อ
งบประมาณจะเป็นเรื่องที่สำคัญประเด็นหลักที่มีผลต่อการ ซื้อโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีแบบเบสิคจะมีสนนราคาที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าคุณต้องการโปรแกรมบัญชีรูปแบบเฉพาะที่ออกแบบฟังก์ชันการใช้พิเศษ ท่านต้องจ่ายแพงกว่าเสมอ และก่อนจะตกลงใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำตารางวิเคราะห์ความคุ้มค่าเบื้องต้น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินความจำเป็น หรือไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน
6.โปรแกรมบัญชีบริษัทตัวแทนให้ทดลงใช้ฟรีหรือไม่
จะดีมากถ้าคุณได้รับโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพราะจะทำให้รู้ข้อดีข้อเสียต่างๆ ทั้งเรื่องความคล่องในรูปแบบต่างๆ อุปสรรคที่พบ การใช้งาน Function โมดูลต่าง ลงตัวหรือไม่ ดังนั้น ก่อน เลือกซื้อไถ่ถามกับผู้แทนว่ามีระยะเวลาทดลองฟรีหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปจะจะเปิดให้ลูกค้าลองใช้ได้ 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นการดีก่อนที่จะเสียเงินซื้อจริง
ท้ายสุดแล้วควรสืบถามกิจการอื่นๆ ที่คุณคุ้นเคยเกี่ยวข้องโปรแกรมบัญชีที่ที่อยู่ในลิส อย่างน้อย 3 ร้านค้า ควรไต่ถามข้อดีข้อเสีย ปัญหาที่พบจากการใช้งาน สิ่งที่ควรจะปรับปรุง หรือการบริการซับพอร์ทของตัวแทนจำหน่ายน่าประทับใจหรือไม่ ทั้งนี้สิ่งสำคัญควรเลือกโปรแกรมบัญชีที่ติดตลาด มีบริษัทใช้จำนวนมาก ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่า

เครดิตบทความจาก : http://peakaccountonline.blogspot.com/2015/06/blog-post.html

Tags : โปรแกรมบัญชี,โปรแกรมบัญชีใช้งานฟรี