ผู้เขียน หัวข้อ: แนวทางเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ ควรจะคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

09-07-2018 , 14:42:47
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2527
    • ดูรายละเอียด

สมัยปัจจุบัน SME หลายบริษัทต่างค้นหาวิธีการที่จะสร้างความสามารถในธุรกิจและลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลงที่สุด พอให้สามารถแข่งขันและรอดตายในยุคที่การค้าขายฝืดเคืองเช่นในเวลานี้ การเปลี่ยนมาใช้  software โปรแกรมบัญชีอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุน ถึงกระนั้น software มีจำนวนมากหลายตัวแทน จะซื้ออย่างไรจึงจะคุ้มกับเงินที่จ่ายไป เราจึงอยากขอชี้แนะข้อควรตรวจสอบเพื่อเป็นแนวให้ท่านซื้อโปรแกรมบัญชีที่ลงตัวกับบริษัทของท่าน ดังนี้ครับ

1.อุตสาหกรรม
ร้านค้าของคุณอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านขายปลีก โรงงานผลิต หรือธุรกิจให้บริการ ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรม ก็มีรูปแบบการบันทึกบัญชีที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้นักพัฒนา softwareจะพัฒนาโปรแกรมบัญชีให้ลงตัวกับแต่ละประเภทธุรกิจ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานกับอุตสาหกรรมหลายๆ ชนิดเช่นเดียวกัน แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีที่มีรูปแบบการใช้งานเข้ากับธุรกิจท่าน หรือมีส่วนปลีกย่อยพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น กิจการก่อสร้าง โรงงานผลิต และกิจการโลจิสติก ควรจ้างโปรแกรมเมอร์มาดีไซน์โปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับธุรกิจคุณจะดีกว่า
2.ขนาด ร้านค้า
รายละเอียดของการทำบัญชีจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของ กิจการ ท่านอาจจะใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่ทำงานได้อย่างดีกับ ร้านค้าที่มียอดขาย เฉลี่ย ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าร้านค้าของคุณมีขนาดใหญ่กว่านี้และมีความซับซ้อน โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ ดังนั้นควร ซื้อให้เข้ากับขนาด และสามารถที่จะอัพเกรดวางแผนเผื่ออนาคตไว้ด้วย
3.ความต้องการในการใช้งาน
ก่อนการ เลือกซื้อซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรถามว่ามีฟังก์ชั่นหรือโมดูลอะไรที่ธุรกิจท่านต้องการ ควรลิสความต้องการ คุณสมบัติ หรือฟังก์ชั่นการใช้งานออกมาเป็นหัวข้อเสียก่อน บางร้านค้าอาจจะต้องการการใช้งานที่ไม่ยาก มีฟังก์ชันไม่ซับซ้อน ขณะที่ร้านค้าอื่นอาจจะต้องการอินเตอร์เฟสในการชำระเงินผ่านเว็บไซต์ หรือการใช้เครดิตการ์ด หรือการจัดการสินค้าคงคลัง หรือสร้างดัดแปลงใบ invoice เองได้ ดั้งนั้นควร เลือกซื้อโปรแกรมบัญชีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้ และเหมาะสมกับบริษัทท่าน อย่าเสียเงินให้กับส่วนเสริมที่ไม่จำเป็น
4.การดูแลและให้คำปรึกษา
ในเวลาที่ท่านมีปัญหาใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัทตัวแทนสามารถซับพอร์ท แก้ไขปัญหาได้รวดเร็วเพียงใด ติดต่อสื่อสารได้ง่ายสะดวก น่าไว้วางใจหรือไม่ ตัวแทนดูแลอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ และที่สำคัญบริษัทพวกนั้น มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที บัญชี คอยให้คำปรึกษาท่านหรือไม่ โดยรายละเอียดเหล่านี้สามารถ หาได้ จากอินเตอร์เน็ต หรือสืบถามธุรกิจที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน
5.งบในการซื้อ
งบประมาณจะเป็นปัจจัยประเด็นหลักที่มีผลต่อการ ตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีแบบเบสิคจะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าท่านต้องการโปรแกรมบัญชีรูปแบบเฉพาะที่ออกแบบฟังก์ชันการใช้พิเศษ ท่านคงต้องลงทุนสูงกว่าแน่นอน และก่อนจะตัดสินใจซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำตารางวิเคราะห์ความคุ้มค่าขั้นต้น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินจริง หรือไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน
6.โปรแกรมบัญชีมีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่
จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากถ้าท่านสามารถทดลองโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพราะจะทำให้รู้ข้อดีข้อเสียต่างๆ ทั้งเรื่องความสะดวกในการใช้งาน ปัญหาที่พบ การใช้งาน Function ระบบต่างๆ เหมาะสมหรือไม่ เพราะฉะนั้น ก่อน ตัดสินใจเลือกซื้อซักถามกับตัวแทนว่ามีระยะเวลาทดลองฟรีหรือไม่ โดยปรกติจะให้ใช้ฟรี 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทีเดียว
ท้ายสุดแล้วควรซักถามร้านค้าอื่นๆ ที่ท่านรู้จักเกี่ยวกับโปรแกรมบัญชีที่ที่อยู่ในลิส อย่างน้อย 3 ที่ ควรสอบถามข้อดีข้อเสีย พบปัญหาอะไรหรือไม่ อะไรที่ควรให้ตัวแทนปรับปรุง หรือการดูแลและให้คำปรึกษาของตัวแทนจำหน่ายน่าประทับใจหรือไม่ ทั้งนี้สิ่งสำคัญควรตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีที่ติดตลาด มีธุรกิจใช้จำนวนมาก ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่า

ที่มา : http://peakenginaccountonline.bravesites.com/entries/โปรแกรมบัญชี-peakengine/849737-2

Tags : โปรแกรมบัญชี,โปรแกรมบัญชีออนไลน์,โปรแกรมบัญชีใช้งานฟรี